เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ มติครม.

 

 

 

 

 

 

มติครม. 12 มิถุนายน 2555

คณะรัฐมนตรีประชุม และเห็นชอบในเรื่องต่างๆในรอบสัปดาห์ เช่นภาษีSMEs งบกลางจ้างหมอ มันสำปะรัง น้ำท่วม ต่างด้าว

เว้นภาษีแกดโรงงานSMEs

วันที่ 12 มิถุนายน 2555 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ กท. อุตสาหกกรมเสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมภาษีรายปีแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน พ.ศ.2535  ซึ่งมีกำหนดเรียกเก็บตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556 แก่ผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) หรือโรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 รวมทั้งสิ้น 90 ,501โรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการผลิต จากนโยบายปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555  อย่างไรก็ตามผลรัฐบาลประเมินว่าผลจากการยกเว้นการเก็บภาษี SMEs ทำให้รัฐเสียรายได้แผ่นดินประมาณ 300 ล้านบาท

สาธารณสุขขอเงินงบกลาง ฉุกเฉิน เพิ่มอัตรากำลังหมอ หมอฟัน และเภสัช

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กท.สาธารณสุขรับเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีประมาณ พ.ศ. 2555 และงบกลางกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 157,034,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับอัตรากำลังใหม่ สายงานแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร จำนวน 207,034,000 บาท และครม.มีมติให้กท.สาธารณสุขปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ปี 2555 ที่ล่าช้าจำนวน 50,000,000 บาท และให้ตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณสำหรับปีงบประมาณหน้า

จำนำมันสำปะหลังขยายเวลา 1 เดือน

คณะรัฐมนตรีรับทราบ และเห็นชอบเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ตามที่ กท.พาณิชย์ เสนอ ขยายระยะเวลารับจำนำมันสำปะหลังในโครงการแทรกแซงปี 2554/55 ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 เป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2555 โดยกำหนดราคารับจำนำหัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.90 บาท นอกจากนั้น ครม.เห็นชอบแผนกระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ด้วยวิธีเจรจาขายแบบรัฐต่อรัฐ (G to G), ขายเป็นการทั่วไป, ขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) และขายเป็นกรณีพิเศษ

Video conference รายงานป้องกันอุทกภัย และความคืบหน้าเงินเยียยาภัยน้ำท่วม

วันที่ 12 มิถุนายน 2555 ครม.มีการประชุมผ่าน video conference เพื่อรับทราบผลการประชุมความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยา และการดำเนินการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2555 ซึ่งมีสาะสำคัญ ดังนี้

1. การแจ้งเตือนภัย

ศูนย์ command center ประสานงานกับหน่วยงานเครือข่ายด้านน้ำ เช่นกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  โดยกำหนดระบบเตือนภัย  2 วิธี คือ

  • ผ่านเครือข่ายของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัด
  • ติดตั้งระบบเตือนภัยไว้ในพื้นที่เสี่ยงภัย

2. สถานการณ์อุทกภัย

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องในภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ ภูเก็ต ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา และสตูล ทำให้มีน้ำท่วมขัง และบางพื้นที่เกิดปัญหาดินสไลด์ มีน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่ มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

3. นายกรัฐมนตรีมีแผนลงพื้นที่เพื่อตรวจงานป้องกันและบรรเทาอุทกภัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางลงไปตรวจติดตามการดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทา อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด (ขอบเขตของงานครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัด) และสำรวจความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ เช่น การผันน้ำระหว่างลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยม การจัดทำแก้มลิง

4. การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการเบิกจ่ายงบประมาณเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัย

  • รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในแต่ละจังหวัด เร่งการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
  • ผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งติดตามการเยียวยา ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และการจ่ายงบประมาณของโครงการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ วงเงิน 120,000 ล้านบาท และโครงการที่ใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 (เงินกู้ 350,000 ล้านบาท) นอกจากนนั้น ให้รายงานความก้าวหน้าการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัยผ่านระบบ PMOC Flood Recovery และให้ใช้ระบบ GPS รายงานข้อมูลพิกัดของพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงแผนที่ GPS ของส่วนกลาง รวมกับให้สถาบันการศึกษาทำระบบรายงานข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้ประชาชนได้รายงานข้อมูล
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งสำรวจพื้นที่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ 25 ลุ่มน้ำ ว่ามีพื้นที่ใดไม่ได้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง แล้วให้รายงานข้อมูลผ่านระบบ PMOC Flood Recovery รวมทั้งให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม (กองทัพไทย)ทำการขุดลอกคูคลอง

 

ขยายระยะเวลาพิสูจน์สัญชาติ และผ่อนผันแรงงานต่างด้าว

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอให้ขยายระยะเวลาพิสูจน์สัญชาติ และผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ให้สามารถอยู่ได้จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานอื่นๆขยายเวลาทันที เช่น กท.สาธารณสุข กรมการจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ไทยกับการพัฒนาที่ยั่งยืนใน Rio+20

วันที่ 12 มิถุนายน 2555 ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอเรื่องท่าทีประเทศไทยสำหรับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการ พัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2012 (United Nations Conference on Sustainable Development : UNCSD) หรือ Rio+20 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน 2555 ที่สหพันธ์สาธารณรัฐบลาซิล ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เป็นองค์หัวหน้าคณะผู้แทนไทย หัวข้อการประชุม 2เรื่อง แนวทางเศรษฐกิจสีเขียวในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืนและการ ขจัดความยากจน (Green economy within the context of sustainable development and poverty eradication) ) และ กรอบสถาบันระหว่างประเทศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Institutional framework for sustainable development)

ปรับคณะทำงาน 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 3

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 เรื่องการดำเนินโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 - 2562 แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป รายการเงินอุดหนุนโครงการทุนการศึกษาหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนสำหรับดำเนิน โครงการฯ รุ่นที่ 3 จำนวน 420,036,800 บาท นอกจากนั้นมีการปรับเกณฑ์คณะทำงานให้เหมาะสม ดังนี้

องค์ประกอบเดิม

องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลง

  1. นายภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  2. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  3. นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  4. ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้แทน
  5. ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือผู้แทน
  6. ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือผู้แทน
  1. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือผู้แทน
  2. เลขาธิการสภาการศึกษา หรือผู้แทน
  3. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยหรือผู้แทน
  4. เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือผู้แทน
  5. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือผู้แทน
  6. ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือผู้แทน
  7. ศาสตราจารย์ บุญทัน ดอกไธสง
  8. รองศาสตราจารย์ ปรีชา หงษ์ไกรเลิศ
 

 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»