รัฐบาลปรับแผนแก้ภัยแล้ง หวั่นม็อบแก้มลิง ฟลัดเวย์

 

ภายหลังจากการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้น้อมนำพระราชดำรัสการปลูกป่า มาเป็นนโยบายป้องกันน้ำท่วม โดยให้ กยน. กยอ. และกระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ อาสาสมัคร (อสม.) และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันขับเคลื่อนการปลูกป่า รวมทั้งได้สั่งปรับแนวทางการระบายน้ำของเขื่อนต่างๆ เพื่อดูระดับน้ำที่ระบายต่อวัน ซึ่งแผนเดิมระบายน้ำ 45%ต่อเขื่อน เป็นเก็บน้ำไว้ 50-60% ต่อเขื่อนแทน เพื่อป้องกันภัยแล้ง  อย่างไรก็ตาม เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลจะคงระดับการระบายน้ำ 45% ตามแผนเดิม(มติชน,29 กุมภาพันธ์ 2555 )  

ส่วนโครงการพื้นที่แก้มลิง และฟลัดเวย์นั้น ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากว่า พื้นที่ใดจะถูกกำหนดเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลาก และทางระบายน้ำนั้น นายเสรี ศุภราทิตย์ หนึ่งในกรรมการ กยน. และนักวิชาการการจัดการน้ำได้ให้ความเห็นว่า รัฐบาลควรเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องพื้นที่ฟลัดเวย์ และแก้มลิงด่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างรัฐ และชาวบ้านเมื่อที่ผ่านมา (ไทยรัฐ,13 มีนาคม 2555) ซึ่งนายสมเกียรติ ประจำวงศ์ ผอ.สำนักบริหารโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ในฐานะคณะทำงานจัดหาพื้นที่รับน้ำนอง กล่าวว่า มีพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นที่พักน้ำหลากชั่วคราว ในพื้นที่ 19 จังหวัด จำนวน3.7 ล้านไร่, ในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 1 ล้านไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ทุ่งนาลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือ และพื้นที่ทุ่งนาเจ้าพระยาตอนล่างอีก 2.7 ล้านไร่  รวมถึงแนวฟลัดเวย์ จะเริ่มจากคลองรังสิตไล่ไปถึงคลอง 7 ขนานมอเตอร์เวย์ (เดลินิวส์,6 มีนาคม 2555)  

นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวว่าพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติ 8.23 ล้านไร่ใน จ.นครสวรรค์  แยกเป็นตอนบนเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีพื้นที่เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติได้ 4.6 ล้านไร่ รับน้ำได้ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตอนล่างเขื่อนเจ้าพระยา 3.63 ล้านไร่ รับน้ำ 3,000 ล้าน ลบ.ม. (ผู้จัดการออนไลน์, 21 กุมภาพันธ์ 2555)

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลพื้นที่รองรับน้ำหลาก และแนวทางฟลัดเวย์ได้สร้างข้อสงสัย และความหวาดระแวงแก่ประชาชนว่า จะมีการผันน้ำท่วมมายังพื้นที่ของตนเอง เช่น ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม กังวลว่า กยน. จะวางแผนผันน้ำหลากมาที่แม่น้ำท่าจีนแทน อย่างไรก็ตาม นายกิจจา ผลภาษี คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) อธิบายว่า ไม่ได้มีแผนผันน้ำหลากมาที่แม่น้ำท่าจีน เนื่องจากแม่น้ำท่าจีนมีจุดคุ้งน้ำเป็นกระเพาะหมู กยน. จึงแผนตัดแม่น้ำท่าจีนเพื่อเร่งระบายน้ำหลากลงสู่แม่น้ำได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับ นายรอยล จิตรดอน หนึ่งในกรรมการ กยน. และนักวิชาการทางการจัดการน้ำชื่อดัง ยืนยันว่า การผันน้ำจากน้ำเจ้าพระยาในช่วงพื้นที่ปลายน้ำฝั่งตะวันออก และตะวันตกนั้น จะไม่มีการผันน้ำมาทางฝั่งตะวันตกจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่ฝั่งตะวันตกจะต้องมีการปรับปรุงอีกมาก เช่นมีคลองแนวนอนจำนวนมาก เช่น คลองตาขำ การไม่มีสถานีสูบน้ำที่ชายทะเล รวมทั้งจำนวนสถานีสูบน้ำระหว่างทางน้อยกว่าฝั่งตะวันออก(คมชัดลึก, 2 มีนาคม 2555)

อ่านเพิ่มเติม


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»