รัฐบาลจ่ายเงินสดให้เอกชนสร้างเขื่อนกั้นน้ำ

 

การประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบการสนับสนุนเงินทุนสร้างเขื่อนกั้นคั้นน้ำให้นิคมอุตสาหกกรม โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินให้ 2 ใน 3 ของงบประมาณเพื่อจัดทำเขื่อนรอบนิคมต่างๆ ขณะที่อีก 1 ใน 3 ให้เอกชนเป็นผู้กู้เงินมาทำ (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, 19 มิถุนายน 2555) โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ยืนยันว่า “รัฐบาลจะช่วยนิคมอุตสาหกรรมในการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเป็นเงินสดแน่นอน ซึ่งภาคเอกชนต้องรีบเร่งสร้างเขื่อนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตามที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดไว้”(ฐานเศรษฐกิจ,6 เมษายน 2555) ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำการเปิดเวทีประชาพิจารณ์กับชาวบ้าน พบว่าชาวบ้านกังวลในระดับน้ำที่อาจจะสูงขึ้น และอาจจะท่วมขังที่นาของตนเอง โดยเฉพาะบริเวณสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งมีคันระดับสูงที่สุดถึง 4.60 เซนติเมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ชาวบ้านจึงเรียกร้องค่าชดเชย ถ้าหากเกิดกรณีน้ำท่วมขังขึ้นมา ซึ่งทางด้านการนิคมอุตสาหกรรม(กนอ.) ยืนยันว่ารูปแบบเขื่อนจะไม่กระทบกับบ้านเรือน และที่นาของประชาชนแน่นอน (ครอบครัวข่าวช่อง 3, 18 เมษายน 2555)

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในเขตประกอบการอุตสาหกรรม พบว่ามีความล่าช้ากว่าที่กำหนดในแผน ซึ่งนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เขื่อนในอุตสาหกรรมโรจนะ คืบหน้าแค่ 9% จากความยาวเขื่อน 77.6 กิโลเมตร นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) คืบหน้า 18% จากความยาวเขื่อน 11 กิโลเมตร นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน คืบหน้า 19% จากความยาวเขื่อน 14 กิโลเมตร เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร คืบหน้า 8% จากความยาวเขื่อน 18 กิโลเมตร สวนอุตสาหกรรมบางกะดี คืบหน้า 15% จากความยาวเขื่อน 8.5 กิโลเมตร และนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จะมีความชัดเจนขึ้น หลังจากศาลมีคำสั่งให้สามารถกู้เงินเพื่อสร้างเขื่อนได้ (ฐานเศรษฐกิจ,6 เมษายน 2555)

สาเหตุความไม่คืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนในนิคมอุตสาหกรรม เช่นนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมนวนคร พบว่าธนาคารยังไม่อนุมัติสินเชื่อให้นักลงทุนได้ ซึ่งนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยืนยันว่า ธนาคารยังไม่ทราบเงินลงทุนในแต่ละเขื่อน เพราะต้องให้นิคมอุตสาหกรรมอนุมัติแบบให้เสร็จสิ้นก่อน ดังนั้นจึงจะสามารถอนุมัติเงินกู้ได้ (ไทยรัฐ,3 พฤษภาคม2555) ขณะเดียวกัน ความไม่ชำนาญในการสร้างเขื่อนแบบคอนกรีตซิกไพล์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความล่าช้า  ซึ่งพลเอกวิชา ศิริธรรม ที่ปรึกษา และประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจการพิเศษสวนอุตสาหกรรม นวนคร ยอมรับว่า โครงการล่าช้าประมาณ 30% แต่จะพยายามเร่งให้เสร็จตามแผนงาน  ด้านนางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธานบริษัทไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัทสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด ยืนยันด้วยความมั่นใจว่า บางกะดีขณะนี้มีความคืบหน้าในการสร้างเขื่อนจากความยาว 8.5 กิโลเมตรแล้วประมาณ 15% และจะเสร็จในเดือนสิงหาคม 2555 นี้แน่นอน (ฐานเศรษฐกิจ,6 เมษายน 2555)

 

อ่านเพิ่มเติม


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»