ยิ่งลักษณ์แจงทีโออาร์ ยิ่งงงวยงบ 3 แสนล้าน จัดการน้ำท่วม เอาอยู่หรือ?

 

การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของรัฐบาลนั้น รัฐบาลได้เปิดทีโออาร์กรอบแนวคิด (Conceptual Plan) ออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำยั่งยืนภายใต้วงเงิน 3 แสนล้านบาท พร้อมทั้งเปิดโอกาสบริษัทเอกชนสัญชาติไทย และต่างประเทศ เข้ามาบริหารจัดการ โดยสามารถยื่นหลักฐานรับเอกสารกรอบแนวคิดได้ตั้งแต่วันที่ 9-23 กรกฎาคม 2555 ซึ่งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว. วิทยาศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า มีบริษัทกว่า 400 บริษัทได้เข้าร่วมยื่นขอรับเอกสาร (ผู้จัดการออนไลน์, 23 กรกฎาคม 2555)

เมื่อพิจารณาแผนการจัดการน้ำของรัฐบาลนั้น มีเป้าหมายหลักคือบรรเทาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 8 ลุ่มน้ำ โครงการอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประกอบด้วยการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า ดิน ฝายแม้ว ประมาณ 10 ล้านไร่ วงเงินหมื่นล้านบาท สร้างอ่างกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก 5 หมื่นล้านบาท ทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งจัดทำพื้นที่ปิดล้อม พื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลักของแต่ละจังหวัด อีก 5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานเหนือนครสวรรค์และเหนืออยุธยาให้เป็นแก้มลิงแม่น้ำเก็บกักน้ำหลากชั่วคราวได้ประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้พื้นที่ 2 ล้านไร่ งบ 6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งแผนงานปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและคันริมแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา สะแกกรัง ป่าสัก ท่าจีน ฯลฯ งบประมาณ 7 พันล้านบาท และโครงการจัดทำทางน้ำหลาก หรือฟลัดเวย์ และทางผันน้ำขนาดไม่น้อยกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รับอัตราการไหลของน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก ไปทางฝั่งตะวันออกและตกของเจ้าพระยา อีก 1.2 แสนล้านบาท การปรับปรุงระบบคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์เตือนภัย การบริหารจัดการน้ำหลากน้ำแล้งงบ 3 พันล้านบาท รวมถึงการปรับปรุงองค์กรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำ สั่งการ กำกับ ดูแล และวิธีการเยียวยาด้วย (ไทยโพสต์, 22 กรกฎาคม 2555)

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดทีโออาร์นั้น ได้มีกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทบทวนทีโออาร์กรอบแนวคิด (Conceptual Plan)ใหม่ เช่น รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร หนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) กล่าวว่า “โครงการและแผนต่างๆ นั้นยังไม่ตกผลึกยังต้องมีการศึกษาข้อมูลรายละเอียดก่อนที่จะออกแบบ เช่น การทำอ่างเก็บน้ำหรือทางน้ำหลากนั้น ต้องมีการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศในระยะยาว และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย แต่ทีโออาร์ฉบับนี้ไม่ได้ทำ มีการข้ามขั้นตอน” ขณะเดียวกัน ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำ (ประเทศไทย) นายหาญณรงค์  เยาวเลิศ กล่าวว่า “จะทำหนังสือทักท้วงทีโออาร์ต่อนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ เนื่องจากละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และไม่ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และอาจจะทำการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป” (ไทยโพส์, 29 กรกฎาคม 2555)

นอกจากนี้ นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย แสดงข้อท้วงติงว่า “เงื่อนไขทีโออาร์กำหนดกว้างเกินไปและไม่ชัดเจน ส่งผลให้ 350 บริษัทที่ซื้อซองประมูลไป อาจเกิดข้อผิดพลาดโดนปรับตกแบบไม่รู้ตัว เช่น ขาดคุณสมบัติในบางเรื่องขาดเอกสาร ฯลฯ” นายสุวัฒน์กล่าวต่อว่า  “ความไม่ชัดเจนในทีโออาร์อาจจะส่งผลให้บริษัทต่างชาติจ้างนอมินีคนไทยให้ดำเนินการแทน เพื่อลดความยุ่งยากทางกฎหมาย และสุดท้ายบริษัทที่ยื่นขอรับเอกสารทีโออาร์กว่า 300บริษัท อาจจะเหลือ 5 บริษัทใหญ่ๆในประเทศ เช่น บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นต้น” (ฐานเศรษฐกิจ, 27 กรกฎาคม 2555)

ถึงแม้ว่า นโยบายจัดการน้ำท่วมของรัฐบาลจะมีความก้าวหน้าอยู่พอสมควรในรอบเดือนนี้ จากการที่รัฐบาลได้นำเสนอกรอบแนวคิด (Conceptual Plan) ในการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำยั่งยืน และเปิดให้บริษัทเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ยื่นหลักฐานเพื่อขอรับเอกสารกรอบแนวคิดไปแล้วในช่วงระหว่างวันที่ 9-23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภายใต้วงเงินงบประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่ดูเหมือนว่า แผนการจัดการน้ำของรัฐบาลจะยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรทั้งในแง่ความลุ่มลึกทางวิชาการ ความถูกต้องตามกระบวนการที่กฎหมายบัญญัติ และความโปร่งใสในการยื่นข้อเสนอโครงการ

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อให้คนไทยมั่นใจได้ว่า หากน้ำมามากอีกเมื่อใด รัฐบาลนี้ “เอาอยู่” แน่ๆ   

 

อ่านเพิ่มเติม:


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»