เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ มติครม.

 

 

 

 

 

 

ไฮไลท์โยกย้ายผู้ว่า ตื่นเต้นดีเซลลดราคา ขยายรับจำนำข้าว แต่หวาดเสียวโคโรน่า2012

 

ครม.เร่งทำงานประชุมวันที่ 8 กันยา เพื่อโชว์ผลงานปลายปี เน้นประชานิยม แต่ไม่ลืมจัดทัพผู้ว่า

ชื้นใจ ดีเซลลดราคา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายของประชาชน น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก ลดลงเหลืออัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 ลดลงเหลืออัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555

 

ครม.เบรกงบ แก้น้ำท่วม

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) เสนอให้สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทำความตกลงในรายละเอียดกับ สงป. อีกครั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายแก้น้ำท่วม ปี 2556 วงเงิน 18,263,500 บาท ส่วนการสรรหา และจ้างออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ของสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งค่าใช้จ่ายของสบอช. วงเงิน 2,000,000 บาทนั้น  คณะรัฐมนตรีมีมติใช้เงินงบกลางเพื่อเยียวยาน้ำท่วมปี2555 วงเงิน 120 ล้านบาท 

 

ทุนรัฐบาล หลักสูตรเศรษฐกิจอาเซียน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สถาบันพระปกเกล้า (พป.) เสนอหลักสูตรประกาศนียบัตร ไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐเข้าศึกษา โดยไม่ถือเป็นวันลา และเบิกค่าใช้จ่ายจากต้นสังกัดได้  โดยสถาบันพระปกเกล้า (พป.)ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนมาแล้ว 1 รุ่น และกำลังเปิดรับสมัครในรุ่นที่ 2 อยู่ ณ ขณะนี้  โดยระยะเวลาในการประมาณ 6 เดือน โดยมีการศึกษาอบรมปกติทุกวันเสาร์เต็มวัน (เวลา 9.00 - 16.00 น.)

 

Unicef  WHO สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ร่วมกันสำรวจครัวเรือนช่วงน้ำท่วมช่วงเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2554

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการสำรวจครัวเรือนที่ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมช่วงเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2554 ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับสำนักงานนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (Thailand International Health Policy Program: IHPP) และภาคี (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน Unicef และ World Health Organization) ได้ดำเนินการสำรวจครัวเรือนที่ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม 61 จังหวัด จำนวน 36,910 ราย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ - 21 มีนาคม 2555  โดยพิจารณาความรุนแรงของน้ำท่วม จากระยะเวลาและความสูงของน้ำท่วม พบว่า น้ำท่วมขังในและรอบๆบริเวณบ้านเฉลี่ย 25 - 27 วัน และน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 87 - 88 ซม. ในกรุงเทพมหานครและภาคกลางน้ำท่วมขังนานกว่า 30 วัน และสูงกว่า 120 ซม.

 

จากการสำรวจ พบว่า รายได้เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเตรียมตัว โดยครัวเรือนที่มีรายได้สูงจะมีการเตรียมตัวมากกว่า โดยครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเฉลี่ยในช่วงก่อนน้ำท่วม 5,904 บาท และช่วงน้ำท่วม 8,419 บาท

 

ในช่วงน้ำท่วม เมื่อพิจารณาถึงความพร้อมในการเอาชีวิตรอด ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานบางอย่าง เช่น การว่ายน้ำ พบว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมร้อยละ 51.1 ว่ายน้ำไม่เป็น มีเพียงร้อยละ 18.6 ที่ว่ายน้ำได้ตามมาตรฐานสากล (ว่ายน้ำขึ้นตลิ่งฝั่งตรงข้ามที่มีระยะทาง 25 เมตรได้ ในขณะสวมใส่เสื้อผ้าตามปกติ)

 

การแจ้งข้อมูลข่าวสารเฝ้าระวังก่อนที่น้ำจะท่วมนั้น ร้อยละ 72.7 ได้รับการแจ้งข้อมูลข่าวสาร และในช่วงน้ำท่วม มีผู้ที่อพยพออกไปอยู่ที่อื่นร้อยละ 18.0 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการอพยพทั้งครัวเรือน (ร้อยละ 15.2) โดยอพยพออกไปเฉลี่ยนานกว่า 1 เดือน (39 วัน)

 

 

แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Development Policy Loan :DPL) พ.ศ. 2552 (พ.ร.ก.) ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงินประมาณ 12,575.7853 ล้านบาท มีรายละเอียด ดังนี้

 

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

·       ทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโทของครูและบุคลากรอาชีวศึกษา จำนวน 46 ทุน (ทุนละ 300,000 บาท) วงเงิน 13.80 ล้าน

·       อนุมัติโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์วิทยบริการของ สอศ.ศธ. จำนวน 56 หลัง วงเงิน 509.600 ล้านบาท

 

สภากาชาดไทย

·       ค่าครุภัณฑ์เครื่องตรวจด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging) วงเงิน 89,880,000 บาท

·       ค่าครุภัณฑ์เครื่องเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิตอล (Mobile Digital Radiography) วงเงิน 29,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 118,880,000 บาท

 

อนุมัติจัดสรรเงินสำรองจ่ายสำหรับ

·       สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 2,657,490.00 บาท

·       กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วงเงิน 181,151,34 บาท

·       กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) วงเงิน 13,268,978.14 บาท

·       กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม (คค.) วงเงิน 1,656,929.00 บาท

·       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศธ. วงเงิน 52,475,718.00 บาท

·       กรมชลประทาน กษ. วงเงิน 24,641,500.00 บาท

 

 

อย่างไรก็ตาม โครงการของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 3,426.3491 ล้านบาท อยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี

 

ผลการประชุมของกบอ. ครั้งที่ 10/2555

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย เสนอดังนี้

·       ติดตั้งสถานีสูบน้ำคลองพระพิมล 2 วงเงิน 170 ล้านบาทโดยให้ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณการจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 (350,000 ล้านบาท) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)

·       ปรับปรุงคันคลองชัยนาท - ป่าสัก ฝั่งซ้าย (กม. 91+100 ถึง กม. 121+383) ของ กษ. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก และชุมชนและพื้นที่การเกษตรบริเวณทั้ง 2 ฝั่ง

·       ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่ ก่อนดำเนินการขุดลอกบึงสีไฟของจังหวัดพิจิตร

 

จับตา.....โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ตามแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ (พ.ศ.  2556 - 2559) โดยแจ้งเตือนภัยแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์และสื่อมวลชน ประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย องค์การอนามัยโลก กำหนดมาตรการและยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อม และจัดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ไว้ 4 ระดับ นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเฝ้าระวังโรคตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ โดยเน้นการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบที่เดินทางมาจากประเทศทางแถบตะวันออกกลางที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ ในประเทศยังไม่มีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโคโรน่า 2012

 

โควตารับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและอนุมัติ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอให้คงปริมาณและวงเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 จำนวน 26 ล้านตัน (นาปี 15 ล้านตัน นาปรัง 11 ล้านตัน) เป็นจำนวนเงิน 405,000 ล้านบาท แยกเป็น นาปี จำนวน 240,000 ล้านบาท นาปรัง จำนวน 165,000 ล้านบาท โดยขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง (กค.) พิจารณาจัดหาเงินทุนให้แก่ ธ.ก.ส. และรัฐบาลรับภาระชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยจากการกู้เงินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง

 

ธ.ก.ส.กู้เงินเพิ่มเสริมความพร้อม...รับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ใช้เงินกู้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 วงเงิน 105,910 ล้านบาทเดิม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2555 เพิ่มเติมจากเดิมวงเงิน 120,000 ล้านบาท จำนวน 8 ล้านตัน เป็นวงเงิน 161,000 ล้านบาท จำนวน 11.11 ล้านตัน รวมทั้งให้ ธ.ก.ส. กู้เงินเพื่อบริหารจัดการหนี้เงินกู้ด้วยการ Refinance หรือ Roll over หรือ Prepayment โดย กค. ค้ำประกันต้นเงินกู้และดอกเบี้ย รัฐบาลรับภาระชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยจาการกู้เงิน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินโครงการทั้งหมด

การมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม

 

1. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 224/2555 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เพิ่มเติม

โดยที่รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2555 เพื่อให้การบริหารราชการดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมมอบหมาย และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการบริหารราชการแทน

 1. รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง) :มอบอำนาจให้กำกับ

·       กระทรวงมหาดไทย

·       สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

·       การแต่งตั้ง ในกรณีการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ข้าราชการตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงและกรม เอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศ กงสุล และกรรมการที่มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญ

·       คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

·       คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

·       คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

·       กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ ดังนี้ เขตตรวจราชการที่ 8 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล

2. รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) :มอบอำนาจให้กำกับ

·       กระทรวงคมนาคม

·       คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ

·       คณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน

 

3. รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา) :มอบอำนาจให้กำกับ

·       กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

·       สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

·       คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ

·       คณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ

·       คณะกรรมการส่งเสริมประชาสังคมเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ

4. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล)

·       กำกับ และติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ ดังนี้ เขตตรวจราชการที่ 7 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง

 

5. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางนลินี ทวีสิน)

·       กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ ดังนี้ เขตตรวจราชการที่ 6 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

มหาดไทยโยกย้ายผู้ว่า

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากเกษียณอายุราชการและการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง จำนวน 24 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ ดังนี้

 

 

ตำแหน่ง

 

 

รายชื่อ

เดิม

ใหม่

1

นายประชา เตรัตน์

รองปลัดกระทรวง

ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

2

นายจรินทร์ จักกะพาก

จังหวัดสกลนคร

 รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

3

นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์

รองอธิบดี กรมการปกครอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร

4

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต

จังหวัดกาฬสินธุ์

จังหวัดขอนแก่น

5

นายเสนีย์ จิตตเกษม

จังหวัดระยอง

จังหวัดอุดรธานี

6

นายวิชิต ชาตไพสิฐ

จังหวัดจันทบุรี

จังหวัดระยอง

7

นายสุรชัย ขันอาสา

จังหวัดลำพูน

จังหวัดจันทบุรี

8

นายพรศักดิ์ เจียรณัย

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดชัยภูมิ

9

นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ

จังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดนครปฐม

10

นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ

จังหวัดน่าน

จังหวัดเชียงราย

11

นายธานินทร์ สุภาแสน

จังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงใหม่

12

นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า

 

จังหวัดระนอง

จังหวัดชุมพร

13

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม

สำนักงานปลัดกระทรวง

ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด

14

นายวินัย บัวประดิษฐ์

จังหวัดเพชรบุรี

จังหวัดนครราชสีมา

15

นายปรีชา เรืองจันทร์

จังหวัดนครสวรรค์

จังหวัดพิษณุโลก

16

นายชัยโรจน์ มีแดง

จังหวัดพิษณุโลก

จังหวัดนครสวรรค์

17

นายศิริพงศ์ ห่านตระกูล

 

ผู้ตรวจราชการกระทรวง

ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดปทุมธานี

18

นายประมุข ลมุล

ผู้ตรวจราชการกระทรวง

ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดปัตตานี

19

นายจักริน เปลี่ยนวงษ์

จังหวัดสุโขทัย

จังหวัดพิจิตร

20

นายไมตรี อินทุสุต

จังหวัดพะเยา

จังหวัดภูเก็ต

21

นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ

จังหวัดสิงห์บุรี

จังหวัดลพบุรี

22

นายคณิต เอี่ยมระหงษ์

จังหวัดบุรีรัมย์

จังหวัดสมุทรปราการ

23

นายวันชัย สุทธิวรชัย

ผู้ตรวจราชการกระทรวง

ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดอุบลราชธานี

24

นายกำธร ถาวรสถิต์

จังหวัดอำนาจเจริญ

ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง

 

 

 

 ชื้นใจ ดีเซลลดราคา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายของประชาชน น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก ลดลงเหลืออัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 ลดลงเหลืออัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555

 

ครม.เบรกงบ แก้น้ำท่วม

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) เสนอให้สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทำความตกลงในรายละเอียดกับ สงป. อีกครั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายแก้น้ำท่วม ปี 2556 วงเงิน 18,263,500 บาท ส่วนการสรรหา และจ้างออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ของสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งค่าใช้จ่ายของสบอช. วงเงิน 2,000,000 บาทนั้น  คณะรัฐมนตรีมีมติใช้เงินงบกลางเพื่อเยียวยาน้ำท่วมปี2555 วงเงิน 120 ล้านบาท 

 

ทุนรัฐบาล หลักสูตรเศรษฐกิจอาเซียน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สถาบันพระปกเกล้า (พป.) เสนอหลักสูตรประกาศนียบัตร ไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐเข้าศึกษา โดยไม่ถือเป็นวันลา และเบิกค่าใช้จ่ายจากต้นสังกัดได้  โดยสถาบันพระปกเกล้า (พป.)ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนมาแล้ว 1 รุ่น และกำลังเปิดรับสมัครในรุ่นที่ 2 อยู่ ณ ขณะนี้  โดยระยะเวลาในการประมาณ 6 เดือน โดยมีการศึกษาอบรมปกติทุกวันเสาร์เต็มวัน (เวลา 9.00 - 16.00 น.)

 

Unicef  WHO สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ร่วมกันสำรวจครัวเรือนช่วงน้ำท่วมช่วงเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2554

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการสำรวจครัวเรือนที่ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมช่วงเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2554 ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับสำนักงานนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (Thailand International Health Policy Program: IHPP) และภาคี (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน Unicef และ World Health Organization) ได้ดำเนินการสำรวจครัวเรือนที่ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม 61 จังหวัด จำนวน 36,910 ราย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ - 21 มีนาคม 2555  โดยพิจารณาความรุนแรงของน้ำท่วม จากระยะเวลาและความสูงของน้ำท่วม พบว่า น้ำท่วมขังในและรอบๆบริเวณบ้านเฉลี่ย 25 - 27 วัน และน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 87 - 88 ซม. ในกรุงเทพมหานครและภาคกลางน้ำท่วมขังนานกว่า 30 วัน และสูงกว่า 120 ซม.

 

จากการสำรวจ พบว่า รายได้เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเตรียมตัว โดยครัวเรือนที่มีรายได้สูงจะมีการเตรียมตัวมากกว่า โดยครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเฉลี่ยในช่วงก่อนน้ำท่วม 5,904 บาท และช่วงน้ำท่วม 8,419 บาท

 

ในช่วงน้ำท่วม เมื่อพิจารณาถึงความพร้อมในการเอาชีวิตรอด ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานบางอย่าง เช่น การว่ายน้ำ พบว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมร้อยละ 51.1 ว่ายน้ำไม่เป็น มีเพียงร้อยละ 18.6 ที่ว่ายน้ำได้ตามมาตรฐานสากล (ว่ายน้ำขึ้นตลิ่งฝั่งตรงข้ามที่มีระยะทาง 25 เมตรได้ ในขณะสวมใส่เสื้อผ้าตามปกติ)

 

การแจ้งข้อมูลข่าวสารเฝ้าระวังก่อนที่น้ำจะท่วมนั้น ร้อยละ 72.7 ได้รับการแจ้งข้อมูลข่าวสาร และในช่วงน้ำท่วม มีผู้ที่อพยพออกไปอยู่ที่อื่นร้อยละ 18.0 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการอพยพทั้งครัวเรือน (ร้อยละ 15.2) โดยอพยพออกไปเฉลี่ยนานกว่า 1 เดือน (39 วัน)

 

 

แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Development Policy Loan :DPL) พ.ศ. 2552 (พ.ร.ก.) ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงินประมาณ 12,575.7853 ล้านบาท มีรายละเอียด ดังนี้

 

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

·       ทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโทของครูและบุคลากรอาชีวศึกษา จำนวน 46 ทุน (ทุนละ 300,000 บาท) วงเงิน 13.80 ล้าน

·       อนุมัติโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์วิทยบริการของ สอศ.ศธ. จำนวน 56 หลัง วงเงิน 509.600 ล้านบาท

 

สภากาชาดไทย

·       ค่าครุภัณฑ์เครื่องตรวจด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging) วงเงิน 89,880,000 บาท

·       ค่าครุภัณฑ์เครื่องเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิตอล (Mobile Digital Radiography) วงเงิน 29,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 118,880,000 บาท

 

อนุมัติจัดสรรเงินสำรองจ่ายสำหรับ

·       สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 2,657,490.00 บาท

·       กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วงเงิน 181,151,34 บาท

·       กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) วงเงิน 13,268,978.14 บาท

·       กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม (คค.) วงเงิน 1,656,929.00 บาท

·       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศธ. วงเงิน 52,475,718.00 บาท

·       กรมชลประทาน กษ. วงเงิน 24,641,500.00 บาท

 

 

อย่างไรก็ตาม โครงการของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 3,426.3491 ล้านบาท อยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี

 

ผลการประชุมของกบอ. ครั้งที่ 10/2555

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย เสนอดังนี้

·       ติดตั้งสถานีสูบน้ำคลองพระพิมล 2 วงเงิน 170 ล้านบาทโดยให้ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณการจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 (350,000 ล้านบาท) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)

·       ปรับปรุงคันคลองชัยนาท - ป่าสัก ฝั่งซ้าย (กม. 91+100 ถึง กม. 121+383) ของ กษ. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก และชุมชนและพื้นที่การเกษตรบริเวณทั้ง 2 ฝั่ง

·       ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่ ก่อนดำเนินการขุดลอกบึงสีไฟของจังหวัดพิจิตร

 

จับตา.....โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ตามแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ (พ.ศ.  2556 - 2559) โดยแจ้งเตือนภัยแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์และสื่อมวลชน ประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย องค์การอนามัยโลก กำหนดมาตรการและยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อม และจัดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ไว้ 4 ระดับ นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเฝ้าระวังโรคตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ โดยเน้นการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบที่เดินทางมาจากประเทศทางแถบตะวันออกกลางที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ ในประเทศยังไม่มีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโคโรน่า 2012

 

โควตารับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและอนุมัติ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอให้คงปริมาณและวงเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 จำนวน 26 ล้านตัน (นาปี 15 ล้านตัน นาปรัง 11 ล้านตัน) เป็นจำนวนเงิน 405,000 ล้านบาท แยกเป็น นาปี จำนวน 240,000 ล้านบาท นาปรัง จำนวน 165,000 ล้านบาท โดยขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง (กค.) พิจารณาจัดหาเงินทุนให้แก่ ธ.ก.ส. และรัฐบาลรับภาระชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยจากการกู้เงินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง

 

ธ.ก.ส.กู้เงินเพิ่มเสริมความพร้อม...รับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ใช้เงินกู้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 วงเงิน 105,910 ล้านบาทเดิม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2555 เพิ่มเติมจากเดิมวงเงิน 120,000 ล้านบาท จำนวน 8 ล้านตัน เป็นวงเงิน 161,000 ล้านบาท จำนวน 11.11 ล้านตัน รวมทั้งให้ ธ.ก.ส. กู้เงินเพื่อบริหารจัดการหนี้เงินกู้ด้วยการ Refinance หรือ Roll over หรือ Prepayment โดย กค. ค้ำประกันต้นเงินกู้และดอกเบี้ย รัฐบาลรับภาระชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยจาการกู้เงิน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินโครงการทั้งหมด

การมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม

 

1. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 224/2555 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เพิ่มเติม

โดยที่รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2555 เพื่อให้การบริหารราชการดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมมอบหมาย และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการบริหารราชการแทน

 1. รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง) :มอบอำนาจให้กำกับ

·       กระทรวงมหาดไทย

·       สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

·       การแต่งตั้ง ในกรณีการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ข้าราชการตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงและกรม เอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศ กงสุล และกรรมการที่มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญ

·       คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

·       คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

·       คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

·       กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ ดังนี้ เขตตรวจราชการที่ 8 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล

2. รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) :มอบอำนาจให้กำกับ

·       กระทรวงคมนาคม

·       คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ

·       คณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน

 

3. รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา) :มอบอำนาจให้กำกับ

·       กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

·       สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

·       คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ

·       คณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ

·       คณะกรรมการส่งเสริมประชาสังคมเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ

4. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล)

·       กำกับ และติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ ดังนี้ เขตตรวจราชการที่ 7 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง

 

5. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางนลินี ทวีสิน)

·       กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ ดังนี้ เขตตรวจราชการที่ 6 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

มหาดไทยโยกย้ายผู้ว่า

 

คณะรัฐมนตรีมีม

 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»