เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ เกี่ยวกับการเมืองทั่วไป

 

 

 

 

 

 

จับตารัฐสภา : สภาผู้แทนฯ เดินหน้าจัดมาตรฐานกีฬาอาชีพ

ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ...

ทำไมต้องมี

ในปัจจุบันกีฬาอาชีพเป็นกิจกรรมกีฬาที่ประเทศต่างๆให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวนักกีฬาอาชีพและบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ เช่น ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน เป็นต้น และยังสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศ ในด้านการกีฬา จากการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาอาชีพ อาทิการจัดแข่งขันฟุตบอลอาชีพ มวยไทยอาชีพ เป็นต้น แต่ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมกีฬาอาชีพให้มีมาตรฐานทัด เทียมกับต่างประเทศจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพนี้ขึ้น เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านต่างๆ ทั้งการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา เกี่ยวกับกีฬาอาชีพให้สอดคล้องกับสากล

กฎหมายนี้ให้อะไร

  • กำหนดให้มีคณะกรรมการกีฬาอาชีพ โดยมีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ เช่น
    • การเสนอแผนหรือนโยบายต่างๆ เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพต่อคณะรัฐมนตรี
    • กำหนดชนิดหรือประเภทกีฬาอาชีพ
    • กำหนดมาตรฐานการจ้าง มาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานความปลอดภัย ให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
    • ออกประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ
    • วินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องร้องทุกข์ของนักกีฬาและบุคลากรกีฬาอาชีพ
  • กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
  • กำหนดให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพต้องแจ้งการดำเนินการต่อนายทะเบียน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาที่อยู่ในสังกัดหรือในความดูแล
  • กำหนดโทษทางอาญาต่อผู้เกี่ยวข้องกับกรณีการล้มกีฬา เช่น การล้มบอล การล้มมวย

เส้นทางก่อนเป็นกฎหมาย

มีผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ... ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา จำนวน 3 ฉบับ ดังนี้

  1. เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555
  2. เสนอโดยนายภารดร ปริศนานันทกุล ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนากับคณะ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555
  3. เสนอโดยนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์กับคณะ  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับพร้อมกันไป         เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2555 ต่อมาที่ประชุมได้มีการลงมติในวาระที่หนึ่ง รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับและมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 31 คน หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาต่อในวาระที่สองและลงมติเห็นชอบในวาระที่สาม ในวันที่ 17 ตุลาคม 2555

ผลการลงมติในวาระที่ 1 รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ

 

ผลการลงมติในวาระที่ 2 มาตรา 8

มาตราที่เห็นไม่ตรงกัน

มาตรา 8 (6) ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา 65      (เป็นมาตราที่กำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการกีฬาอาชีพ)

(ฝ่ายไม่เห็นด้วย)มีผู้เห็นว่าไม่ควรยกเว้นผู้ที่มีความผิดตามมาตรา 65 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้  เนื่องจากเป็นความผิดเกี่ยวกับการไม่มาให้ถ้อยคำ ไม่ส่งส่งเอกสารหรือหลักฐาน ตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีเหตุสมควร  รวมถึงการขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ จึงไม่สมควรที่จะมาเป็นคณะกรรมการเพราะถือว่ามีความบกพร่องทางจริยธรรม หากในวันหน้าได้เป็นคณะกรรมการ เวลาไปของหลักฐานจากใคร เขาจะคิดอย่างไร

(ฝ่ายเห็นด้วย)ในส่วนคณะกรรมาธิการเห็นว่า เนื่องจากความผิดในมาตรา 65 เป็นความผิดลหุโทษ  โดยตามหลักแล้ว ความผิดลหุโทษไม่ถือว่าเป็นการผิดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง  เช่น การรับข้าราชการหรือคณะกรรมการอื่นๆ หากเคยทำผิดลหุโทษ ก็ไม่ถือว่าผิดคุณสมบัติแต่ประการใด

ผลการลงมติในวาระที่ 2 มาตรา 9

มาตราที่เห็นไม่ตรงกัน

มาตรา 9 วรรคสอง ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีดำเนินการเพื่อให้มีการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน (กรรมการ มีวาระ 3 ปี และดำรงตำแหน่งไม่เกินสองวาระ)

(ฝ่ายไม่เห็นด้วย)มีผู้เห็นว่า ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง แต่วาระการดำรงตำแหน่งเหลือไม่ถึง 1 ปี รัฐมนตรีจะไม่แต่ตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้ เนื่องจากเมื่อนับระยะเวลาการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งก็กินเวลาไปมากแล้ว ทำให้เหลือเวลาในการทำงานของกรรมการที่แต่งตั้งเข้ามาใหม่เหลือน้อย

(ฝ่ายเห็นด้วย)ในส่วนคณะกรรมาธิการเห็นว่า ระยะเวลาเดิมคือหนึ่งร้อยแปดสิบวัน(6 เดือน)นั้นเหมาะสมแล้ว เนื่องจากระยะเวลาหนึ่งปีนั้นนานเกินไป ถ้าขาดกรรมการไปหนึ่งท่าน

ผลการลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบ

 

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การพิจารณากลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2555 ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติในวาระที่ 1 รับร่างพระราชบัญญัติไว้พิจารณา และมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 23 คน โดยกำหนดแปรญัตติ 7 วัน

 


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»