เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ มติครม.

 

 

 

 

 

 

รัฐวิสาหกิจ เบิกเงินลงทุนต่ำเกินคาด และไข่+ไก่ เจ้าปัญหา

ปู ยิ่งลักษณ์ และคณะ เห็นชอบเร่งแก้ไขนานาปัญหา เช่นไข่ไก่ และภาวะสังคมไทย   ในวัน 12กุมภาพันธ์ 56 

 

รัฐวิสาหกิจ เบิกเงินลงทุนต่ำเกินคาด

                คณะรัฐมนตรีเห็นชอบรายงานผลการเบิกจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปี 2556  ในช่วงไตรมาส 1 (ตุลาคม-ธันวาคม 2555) ซึ่งผลการเบิกจ่าย ของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 36 แห่ง (ใช้รอบปีบัญชีงบประมาณ) ปรากฏว่ารัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายจำนวน 13,719 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาอุทกภัยปลายปี 2554 การปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การชะลอการลงทุนบางส่วนเพื่อรอความชัดเจนด้านนโยบาย

 

5 รัฐวิสาหกิจที่มีวงเงินเบิกจ่ายลงทุนต่ำกว่าเป้าหมาย ได้แก่

1.

การรถไฟแห่งประเทศไทย

2.

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

3.

โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง

4.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

 

ไข่+ไก่ เจ้าปัญหา

 

                คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมาตรการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เนื่องจาก สถานการณ์ไก่ไข่ปี 2555 มีผู้ประกอบการผลิตไก่ไข่ทั้งหมด 21 ราย มีการนำเข้าปู่-ย่าพันธุ์ไก่ไข่ (G.P.) จำนวน 5,200 ตัว และพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่ (P.S.) จำนวน 712,372 ตัว รวมทั้งหมด 431,711 ตัว  ซึ่งกรมปศุสัตว์คาดการณ์ว่าจะมีแม่ไก่ผลิตไข่ไก่ จำนวน 54 ล้านตัว ได้ผลผลิตไข่ไก่เฉลี่ย40 ล้านฟอง/วัน ปัจจุบัน (กันยายน 2555) หรือทั้งหมด 14,866 ล้านฟอง/ปี แต่คนไทยเฉลี่ยบริโภคไข่ไก่ 32 ล้านฟอง/วัน ทำให้มีผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาดประมาณ 4-5 ล้านฟอง/วัน ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)จึงมีแนวทาง และมาตรการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด เช่น

 

มาตรการ

รายละเอียด

 

1.ลดผลผลิตไข่ไก่ส่วนเกิน

·         ขอสนับสนุนเงิน เพื่อจูงใจให้แก่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการรักษาเสถียรภาพราคาไก่ไข่

·         ไม่นำไก่ไข่เข้าเลี้ยงภายใน 3 เดือน หลังจากปลดไก่ไข่2.58 ล้านตัว

·         จ่ายเงินชดเชยไก่ตัวละ 10 บาท เป็นเงิน 25.80 ล้านบาท

·         รวบรวมไข่ไก่ออกจากระบบภายใน 6 เดือนเป้าหมายจำนวน 195 ล้านฟอง

·         จ่ายเงินชดเชยไข่ฟองละ 50 สตางค์ เป็นเงิน 98 ล้านบาท

·         รณรงค์การบริโภคไข่ไก่ เป็นเงิน 8 ล้านบาท

 

2.บริหารจัดการระบบการผลิตไก่ไข่

·         หาตลาดรองรับผลผลิตไข่ไก่ส่วนเกิน

·         เพิ่มปริมาณบริโภคภายในประเทศและขยายตลาดส่งออก

 

           

ภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2555

 

                คณะรัฐมนตรีรับทราบสรุปรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสสี่ และภาพรวมปี 2555 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอ

 

1.การจ้างงาน และรายได้

การจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 ผู้มีงานทำ 39.6 ล้านคน

 

อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำร้อยละ 0.48 จำนวน 190,245 คน


ในภาพรวม กำลังแรงงานอยู่ในภาวะตึงตัวในกลุ่มแรงงานกึ่งทักษะหรือการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพแต่มีการผลิตกำลังแรงงานส่วนเกินในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและปริญญาตรี

 

2.ด้านการศึกษา

ฟื้นฟูยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในเวทีโลก เนื่องจากการประเมินผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติของนักเรียนชั้น ม.2 พ.ศ.2554 ต่ำกว่าในปี พ.ศ. 2550 เช่นวิชาคณิตศาสตร์ 427 คะแนน อยู่ในอันดับ 28 และวิชาวิทยาศาสตร์ 851 คะแนน อยู่ในอันดับ 25

 

3. ด้านสุขภาพ

การเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นร้อยละ 57.5 โรคที่พบมาก และมีอาการของโรครุนแรงขึ้น ได้แก่ โรคปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และโรคมือ เท้า ปาก ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 จากปี 2554 โดยพบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตมากที่สุด

 

               

                ขณะที่ด้านพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของคนในสังคมไทย และด้านความมั่นคงทางสังคม มีประเด็นเฝ้าระวังหลายด้าน

 

4. ด้านพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของคนในสังคมไทย

ได้แก่

 

4.1 พ่อแม่และเพื่อนมีอิทธิพลต่อการเริ่มดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชน

 

4.2 สภาพครอบครัวมีความใกล้ชิดกันน้อยลงและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เด็กสามารถเข้าถึงสื่อที่มีเนื้อหาทางเพศที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น

 

4.3 ครัวเรือนเสี่ยงเป็นหนี้ซ้ำซ้อน และเป็นหนี้มากกว่าออม

 

4.4 ครัวเรือนมีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

5. ด้านความมั่นคงทางสังคม

ได้แก่

5.1 คดีอาญารวมเพิ่มสูงทุกประเภท

 

5.2 การคุ้มครองทางสังคมมีความครอบคลุมมากขึ้น หากยังมีปัญหาความลักลั่นและไม่เป็นธรรม

 

          อย่างไรก็ตาม สังคมไทยมีเรื่องเด่น ที่ต้องดูแล คือ“การกระทำรุนแรงในเด็กและสตรี.....สิทธิที่ต้องเร่งคุ้มครอง” พบว่า

 

1.ความรุนแรงในเด็ก และสตรียังเป็นปัญหาสำคัญ

 

มีผู้มารับบริการศูนย์ เฉลี่ย 62 รายต่อวัน

2.เด็กถูกกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด

 

เด็กหญิงถูกทำร้าย 8 เท่าของเด็กชายอายุ 10-15 ปี

3.ผู้หญิงเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

 

ถูกกระทำรุนแรงทางกายร้อยละ 74.6 จากคู่สมรส ในช่วงอายุ 25-45 ปี มากที่สุด

                         

                สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอแนวทางการแก้ไข โดยเน้นบูรณาการความช่วยเหลือในลักษณะครบวงจร การสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น การรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก โดยใช้สื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลศูนย์ที่ให้บริการความช่วยเหลือ และ การปรับปรุงการบันทึกและจัดทำฐานข้อมูลเด็กและสตรี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้ด้อยโอกาส           

 

 


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»