เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ เกี่ยวกับการเมืองทั่วไป

 

 

 

 

 

 

ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. ...

สาระสำคัญของร่างพรบ. ทั้งสี่ฉบับ มีดังนี้

  • ร่างของ ครม. 

  • ร่างของ นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย และประชาชน 14,264 คน   เป็นผู้เสนอ

  • ร่างของ นายนคร มาฉิม กับคณะ

  • ร่างของ นายเรวัต อารีรอบ กับคณะเป็นผู้เสนอ

............การอภิปรายในวาระที่ 1.............

ฝ่ายรัฐบาล :

ฝ่ายค้าน :

............ผลการลงมติในวาระที่ 1.............

 

ร่างของ ครม.

·       ขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ

·       แก้ไขเพิ่มเติมคำว่าลูกจ้างเพ่อให้มีความหมายครอบคลุมลูกจ้างทั้งหมด แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ทุพลภาพ” เพื่อให้ชัดเจนและ “ว่างงาน” เพื่อให้จำกัดเฉพาะกรณีถูกเลิกจ้างเท่านั้น รวมถึงกำหนดบทนิยามคำว่า “ภัยพิบัติ” เพื่อกำหนดขอบเขตการได้รับการลดหย่อนการออกเงินสมทบ

·       แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการประกันสังคม หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการแพทย์ เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ปรึกษา คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษาและคณะกรรมการการแพทย์ และกำหนดให้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.

·       แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องระบบการบัญชี เรื่องอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการจัดหาผลประโยชน์ฝ่ายกองทุน ระบบการเสนองบการเงินและการจัดทำรายงานการประเมินผลของสถานการณ์ของกองทุน

·       แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนนายจ้าง การยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน และอัตราจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินที่ใช้เป็นเงินสมทบ

·       แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลเข้ากองทุน สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40

·       แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในแบบรายการ การนับระยะเวลาการส่งเงินสมทบและการคำนวณเงินเพิ่มค่าค้างชำระสมทบ และเพิ่มเติมบทบัญญัติลดหย่อนการออกเงินสมทบในกรณีเกิดภัยพิบัติ

·       แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนของผู้ประกันตนและผู้มีสิทธิอื่น

·       แก้ไขเพิ่มเติมการขอขยายหรือเลื่อนกำหนดการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกำหนดมาตรการการลงโทษทางอาญาแก่นายจ้างซึ่งไม่ยื่นแบบรายการส่งเงินสมทบ

 

ร่างของ นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย และประชาชน 14,264 คน   เป็นผู้เสนอ

·       ขยายการคุ้มครองลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ ลูกจ้างที่ทำงานโดยมิได้ประกอบธุรกิจ และผู้ที่รับงานไปทำที่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วย “การคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน”

·       แก้ไขเพิ่มเติมให้คณะกรรมการประกันสังคมมีอำนาจกำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่พระราชบัญญัติประกันสังคมไม่ได้บังคับ รวมถึงคุ้มครองกิจการและลูกจ้าง ที่พระราชบัญญัติประกันสังคมใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้ส่วนราชการใดออกกฎหมายเพื่อยกเลิกการใช้บังคับแก่กิจการและลูกจ้างนั้นภายหลัง

·       กำหนดให้สำนักงานมีฐานะเป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงแรงงาน โดยเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ อยู่ในกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี

·       แก้ไของค์ประกอบกระบวนการได้มาซึ่งคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่งการพ้นตำแหน่งจากคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อเป็นหลักประกันความโปร่งใส สามารถตรวจสอบถึงความสามารถ ความสุจริต เชื่อถือได้ รวมถึงไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและไม่มีส่วนได้เสียกับสำนักงานประกันสังคม

·       ประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการประกันสังคม และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมมาจากคุสมบัติและวาระการทำงานตามที่กำหนดไว้

·       กำหนดให้คณะกรรมการประกันสังคมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการการลงทุน เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารการจ่ายเงิน จัดสรรผลประโยชน์กองทุนประกันสังคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ได้มาตรฐานและเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการประกันสังคมได้โดยตรง โดยผู้ประกันตนไม่น้อยวกว่า 1000 คน มีสิทธิเข้ายื่นเสนอข้อมูลแก่คณะกรรมการประกันสังคมเพื่อพิจารณาให้คณะกรรมการคนใดคนหนึ่งออกจากตำแหน่งได้

·       แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนและนายจ้างทุกรายที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนและคณะกรรมการฝ่ายนายจ้างโดยตรง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดตามกฎหมาย โดยคณะกรรมการจะดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการไม่เกินสองคณะ และการแต่งตั้งกรรมการทุกคณะต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมทั้งหญิงและชาย

·       แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเข้ารับการบริการทางการแพทย์ กรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย สามารถได้รับการรักษาทันที ในทุกๆสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม โดยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง และอัตราทดแทนการขาดรายได้ที่ผู้ประกันตนจะได้รับมากน้อย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ

·       แก้ไขเพิ่มเติมอัตราการจ่ายเงินสมทบ มาตรา 39 และ 40 โดยรัฐต้องสมทบไม่น้อยกว่าอัตราเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจในขณะนั้น

ร่างของ นายนคร มาฉิม กับคณะ

·       ขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ แก้ไขให้กิจการและลูกจ้างที่พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับ ต้องกำหนดโดยคณะกรรมการและห้ามมิให้ส่วนราชการใดออกกฎหมายเพื่อยกเลิก การใช้บังคับแก่กิจการและลูกจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ในภายหลัง

·       แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “การประกันสังคม” โดยให้กฎหมายดำเนินงานครอบคลุมทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนและภัยพิบัติ เพื่อกำหนดความหมายให้ชัดเจนและเป็นเงื่อนไขที่สถานประกอบการได้ยกเว้นหรือลดหย่อนการออกเงินสมทบเป็นครั้งคราวเมื่อได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างร้ายแรง และแก้ไขบทนิยามคำว่า “ลูกจ้าง” เพื่อให้รวมถึงลูกจ้างทำงานบ้านอันมิได้ประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย และคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน แก้ไขบทนิยามคำว่า “นายจ้าง” เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และรวมถึงผู้จ้างงานในงานที่รับไปทำที่บ้าน แก้ไขบทนิยามคำว่า “ค่าจ้าง” ให้หมายรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างหยุดงาน โดยมิได้เป็นความผิดของลูกจ้าง แก้ไขบทนิยามคำว่า “ทุพลภาพ” ตัดคำว่า “จนไม่สามารถทำงานได้” เพื่อให้ผู้ประกันตนที่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพได้รับประโยชน์เงินทดแทนโดยเป็นธรรม ตามความเป็นจริง และแก้ไขบทนิยามคำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่”

·       แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบกระบวนการได้มาคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ และวาระการดำรงตำแหน่งรวมถึงการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อเป็นหลักประกันอย่างชัดเจนเพื่อให้ได้มาซึ่งประธาน กรรมการ คณะกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมและไม่มีส่วนได้เสียในกิจกรรมที่กระทำกับสำนักงานประกันสังคมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม โดยให้คณะกรรมการทุกชุดตามพรบ.นี้ สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการได้ โดยคณะกรรมการจะดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการไม่เกินสองคณะ การแต่งตั้งกรรมการทุกคณะต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้ชายอย่างเท่าเทียม และให้ถือว่าคณะกรรมการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินรวมทั้งเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

·       ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งองค์ประกอบคุณสมบัติกระบวนการได้มา อำนาจหน้าที่ และวาระการดำรงตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการต่างๆ และสำนักงานประกันสังคม

·       กำหนดให้สำนักงานประกันสังคมเป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่มิใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ อยู่ในกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลการบริหารจัดการอย่างกว้างขวางชัดเจน ให้กิจการของสำนักงานอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายเงินทดแทน และกฎหมายประกันสังคม ค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงานจะไม่น้อยกว่าอัตราที่เคยได้รับอยู่แต่เดิม

·       กำหนดให้เลขาธิการสำนักงานที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมกับการบริหารจัดการงานประกันสังคมโดยมาจากการสรรหามีคุณสมบัติและวาระการดำรงตำแหน่งที่กำหนดมีอำนาจหน้าที่ในการทำงานอย่างชัดเจนรวมทั้งสิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของสำนักงานด้วย

·       กำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนมีองค์ประกอบ คุณสมบัติ กระบวนการได้มาและคุณสมบัติ รวมถึงวาระการดำรงตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและแผนการลงทุนที่คณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบ

·       แก้ไขเพิ่มหลักเกณฑ์การส่งเงินสมทบก่อนที่ผู้ประกันตนจะสินสภาพการเป็นลูกจ้าง เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนระยะยาว ขึ้นภายหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างโดยขึ้นกับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบมานานเพียงใด

·       แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบสำหรับผู้เคยเป็นผู้ประกันตนและต่อมาได้สิ้นสภาพการการเป็นลูกจ้าง การแสดงความจำนงต่อสำนักงานและกำหนดให้จ่ายเงินสมทบเดือนแรกในวันที่แสดงความจำนงต่อสำนักงาน

·       กำหนดให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนสำหรับผู้ประกันตนที่มิใช่ลูกจ้างหรือแรงงานนอกระบบ เป็นอัตราไม่น้อยกว่าอัตราเงินสมทบจากผู้ประกันตน

·       แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนเวลาการไม่ส่งเงินสมทบก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนให้มีระยะเวลายาวขึ้น ซึ่งมีผลให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีโอกาสรับประโยชน์ทดแทนนานขึ้นและสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนช้ากว่าเดิม

·       กำหนดให้ผู้ประกันตนนายจ้างหรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิรับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประกันสังคมและการส่งเงินสมทบรวมถึงข้อมูลการบริหารของคณะกรรมการต่างๆ แก้ไขให้ผู้ประกันตนที่มีอายุ 55 ปี บริบูรณ์ไม่ต้องออกเงินสมทบ ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานตั้งแต่เดือนถัดไปและแก้ไขอัตราเงินสมทบของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ประกันตนตาม ตามมาตรา 39 และแก้ไขฐานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้เป็นไปตามฐานค่าจ้างจริงของลูกจ้างแต่ละคน รวมไปถึงแก้อัตราเงินเพิ่มเป็นร้อยละ 4 ของเงินสมทบ กรณีที่นายจ้างไม่นำเงินส่งเงินสมทบหรือส่งเงินสมทบไม่ครบจำนวน

·       กำหนดให้ผู้ประกันตนหรือผู้ที่มีสิทธิตามาตรา 73 มาตรา 75 จัตวาและมาตรา 77 จัตวา มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน สิทธิประโยชน์ทดแทนไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีรวมทั้งกำหนดให้การได้มาซึ่งสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ได้ตามกฎหมายอื่น

·       ยกเลิกบทบัญญัติการขอส่วนลดอัตราเงินสมทบเนื่องจากไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป และยกเลิกเหตุที่ผู้ประกันตนไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนเพราะจงใจก็ให้เกิดขึ้นหรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น

·       แก้ไขระยะเวลาให้ผู้ประกันตนหรือบุคคลที่ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนให้ยาวขึ้น และในการจ่ายเงินทดแทน รวมไปถึงแก้ไขหลักเกณฑ์ในการบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตนและคู่สมรสในสถานพยาบาลอื่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตน โดยสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกับสถานพยาบาลนั้น  กำหนดให้ผู้ประกันตนได้รับเงินทดแทนกรณีขาดรายได้ ตามมาตรา 71 ได้รับเงินทดแทน

 

ร่างของ นายเรวัต อารีรอบ กับคณะเป็นผู้เสนอ

·       ปัญหาหลักด้านแรงงานในปัจจุบัน คือ

1.             มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเข้ามาเป็นแรงงานระดับล่างในสายงานที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลน ทำให้มีการผ่อนปรนกฎหมายบางฉบับ จึงเกิดการทุจริต การเก็บค่าหัวคิดแรงงาน การค้ามนุษย์ จำนวนแรงงานที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายลดลง ฝ่ายนายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้แรงงานมาประกอบธุรกิจ

2.             ในปี 2558 แรงงานไทยที่มีทักษะฝีมือ จะสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีตามข้อตกลงประชาคมอาเซียน แต่ประเทศไทยยังมิได้มีระบบที่คอยควบคุมแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ให้มีความมั่นคงมีหลักประกันชีวิต จึงสมควรมีระบบประกันสังคมที่สามารถเชื่อมโรงไปถึงคนเหล่านี้ด้วย

3.             การที่ไม่สามารถควบคุมจำนวนแรงงานต่างด้าวและให้คลอดบุตรในประเทศไทยก่อให้เกิดปัญหาเชื้อชาติ สัญชาติ ซึ่งเป็นภาระที่รัฐบาลจะต้องจัดการศึกษา การรักษาพยาบาล และอื่นๆ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องของความมั่นคงของชาติ นอกจากปัญหาอาชญากรรมและโรคติดต่อที่เพิ่มมากขึ้น

4.             การบริหารจัดการระบบประกันสังคมในปัจจุบันมีปัญหาที่รัฐจะต้องทุ่มเททรัพยากรให้แก่การขยายระบบประกันสังคมให้มากขึ้น โดยเพิ่มหน่วยงาน บุคลากร เทคโนโลยี ให้ครอบคลุมเหมาะสมกับจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น มีกฎหมายที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐในระบบรวมจ่ายคือการจ่ายเงินสมทบ มากกว่าการบริการแบบให้เปล่า

·       ข้อเสนอในการแก้ไข

1.             นำระบบประกันสังคมมาเป็นเครื่องมือในการควบคุม คุ้มครอง กำกับดูแลทั้งคนในชาติและแรงงานข้ามชาติให้ชัดเจน ซึ่งจะทำให้แยกระหว่างแรงงานข้ามชาติกับผู้อพยพได้อย่างชัดเจน การส่งเงินสมทบในระบบประกันสังคมจึงแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณส่วนกลางที่ประเทศปลายทาง

2.             มีการคุ้มครองแรงงานต่างชาติและแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ

3.             ปรับระบบคัดสรรไตรภาคี คือ รัฐ นายจ้างและลูกจ้าง

4.             ยืนยันที่จะต้องให้สำนักงานประกันสังคมคงสถานะของการเป็นหน่วยงานของรัฐ เพราะเชื่อมั่นว่าระบบประกันสังคมและสวัสดิการเป็นบริการอย่างหนึ่งของรัฐ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเบิกเงินของประชาขนจำนวนมาก และเมื่อประเทศเกิดวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจหรือเกิดภัยพิบัติต่างๆ ประกันสังคมก็เป็นเครื่องมือให้กับรัฐเยียวยานายจ้าง ลูกจ้างเสมอมา จึงควรเป็นระบบราชการต่อไป


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»