เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ มติครม.

 

 

 

 

 

 

เช็คนโยบายเร่งด่วน :ปรองดอง และ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี คืบหน้า หรือ เหมือนเดิม?

 

ครม. ประชุมวันที่ 21 พฤษภาคม 56 ติดตามการดำเนินนโยบายเร่งด่วนด้านความมั่นคง สังคม และคุณภาพชีวิต รวมทั้งยุทธศาสตร์เด็กแรกเกิดของชาติ

 

 

นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชน (มีนาคม 56)

 

                คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการติดตามงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชน ประจำเดือนมีนาคม 2556 ตามที่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) เสนอรายงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

นโยบาย

รายละเอียด

1. สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย

1.1 คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินงานทั้งหมด 5 คณะ

1.2 กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้จ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุม ทางการเมือง (เมื่อปี 2548-2553) จำนวน 10 ราย เป็นเงิน 8,151,024 บาท

1.3 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จ่ายเงินเยียวยาให้ผู้เสียหายจำนวน 2,267 ราย เป็นเงิน 1,775 ล้านบาท

2. กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ”

สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน จำนวน 51,158 หมู่บ้าน/ชุมชน (ร้อยละ 60.67) เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2556 จำนวน 13,029 หมู่บ้าน/ชุมชน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.45 ส่วนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ ผู้ติดยาเสพติดโดยการนำเข้าสู่ระบบบำบัดรักษาทั้ง 3 ระบบ จำนวน 138,368 ราย (ร้อยละ 46.12) เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2556 จำนวน 33,731 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.24

3. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักรู้โดยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการต้นแบบที่มีความประพฤติดี ทุ่มเทในการทำงาน ไม่ทุจริต ซึ่งโครงการได้เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ (1 กรม 1 ป้องกันโกง) มีหน่วยงานที่ส่งข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านการอนุมัติทั้งสิ้น 143 กรม และจังหวัด                     จำนวน 76 จังหวัด

4. ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน

สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ได้ดำเนินโครงการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตของประเทศ พ.ศ. 2555 ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 8 ลุ่มน้ำ และพื้นที่ลุ่มน้ำอื่น ๆ 17ลุ่มน้ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน เพื่อส่งน้ำและระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูก 24.52 ล้านไร่ การป้องกันและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่การเกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจลดลง 60,000 ไร่      รวมทั้งการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 10 โครงการ (ผลการดำเนินการเฉลี่ยประมาณร้อยละ 12)

5. เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้จัดทำโครงการและกิจกรรมตามนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555 – 2557 ภายใต้วัตถุประสงค์ 9 ข้อ ได้แก่ การเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้และทุกคนในพื้นที่ดำรงชีวิตได้ปกติสุข การขจัดและป้องกันไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่หล่อเลี้ยงและเอื้อต่อการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่าย ฯลฯ และได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาและบูรณาการแผนงาน/โครงการ และงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการบูรณาการในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีโครงการที่ซ้ำซ้อนกัน

6. เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้รายงานการแลกเปลี่นการเยือนระดับสูงและการประชุมทวิภาคีระดับสูงกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียนของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ

7. เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ได้มีนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 โดยร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.) เพื่อสำรวจพื้นที่ติดตั้งสัญญาณ WiFi ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ตรัง พังงา ชลบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ เลย นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี

8. สนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการสร้างเอกลักษณ์และ           การผลิตสินค้าในท้องถิ่น (OTOP และ SMEs)

8.1 กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ดำเนินโครงการ/กิจกรรมหลายประการได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP โดยในปี 2555 มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 35,984 กลุ่ม และมีผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม จำนวน 71,591 ผลิตภัณฑ์ 8.2 กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ได้สนับสนุนภารกิจของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่า การยกระดับผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP Plus)  เป็นต้น

9. เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

มท. ได้จัดการส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีหมู่บ้านต้นแบบประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น 8,780 หมู่บ้าน และอาสาสมัครเพิ่มขึ้น 175,600 คน และคาดว่าจะมีโครงการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย ระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2556 รวม 108 เวที กลุ่มเป้าหมาย 75,700 คน

 

 

นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต (มีนาคม 56)

 

                คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการติดตามงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ตามที่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวศันสนีย์  นาคพงศ์) เสนอ รายงาน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

 

1.ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน (กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี)

1.1 งานสนับสนุนการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการจ้างเจ้าหน้าที่ประสำนักงานกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด และอยู่ระหว่างดำเนินการจ้างเหมาเอกชนบันทึกข้อมูลใบสมัครสมาชิกกองทุนฯ ที่ได้รับมาจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ

1.2 งานประชาสัมพันธ์กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

กรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการผลิตและเผยแพร่สกู๊ปพิเศษสัมภาษณ์อธิบดีฯ ผ่านสื่อโทรทัศน์รายการห้องสมุด ช่อง 9 อสมท. และประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์กองทุนฯ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดผ่านสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์

1.3 งานยุทธศาสตร์และพัฒนาศักยภาพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

ได้ดำเนินการ จัดประชุมคณะกรรมการและยุทธศาสตร์กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดำเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการกองทุนฯ ระดับตำบลและเจ้าหน้าที่จังหวัด (เพิ่มเติม) จัดกิจกรรมกองทุนฯ เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2556 วันที่ 8 มีนาคม 2556 ที่เมืองทองธานี และได้แจ้งทุกจังหวัดทราบว่าการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดได้โอนให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดดำเนินการตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรรแล้ว             โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ได้แก่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีผ่านสื่อใน 2 ช่องทางหลักของกรมประชาสัมพันธ์

2. กองทุนตั้งตัวได้

2.1 กระทรวงศึกษาธิการ

กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาสถาบันการศึกษาที่สามารถขอจัดตั้งเป็น ABI (Authorized Business Incubator)  และมอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนตั้งตัวได้จัดทำ TOR  การจัดตั้ง ABI  เพื่อประกาศใช้ต่อไป

2.2 กระทรวงอุตสาหกรรม

ได้มอบงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการบ่มเพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจ (กองทุนตั้งตัวได้) วงเงิน 1,300 ล้านบาท โดยมอบงบประมาณให้กระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการทั้งหมด

3. พัฒนาระบบประกันสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การคุ้มครองสิทธิ การบริการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การสร้างความมั่นคงทางการเงินการคลังของหน่วยบริการ

 

4. จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน

4.1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

    ได้จัดประชุมหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)  ทั้ง 10 หน่วยงาน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

4.2 กระทรวงศึกษาธิการ

แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช) เป็นประธาน ซึ่งได้มีการจัดทำแผนการประกวดราคาซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

4.3 สพฐ.

แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคาการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556  ซึ่งได้มีการพิจารณาร่าง TOR  จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)ได้ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับ 9 หน่วยงาน ขณะนี้ ร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติ TOR เพื่อจัดซื้อ ขณะนี้มีหน่วยงาน 9 หน่วยงาน ที่มีหนังสือมอบอำนาจให้ สพฐ. ดำเนินการจัดซื้อแทน (ยกเว้น อปท.)

4.5 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สถาบันการพลศึกษา ได้มอบอำนาจให้ สพฐ.ดำเนินการจัดหาด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และในช่วงเดือนมีนาคม 2556 ได้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการจัดทำ TOR และอยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบการจัดทำ TOR

 

 

ยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็ก แรกเกิดถึงก่อนเข้าประถมศึกษาปีที่ 1: 2555 – 2559

 

                คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2555 – 2559 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน (รง.)  และกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ดำเนินการแผนฯ โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2555 – 2559 ประกอบด้วย  4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

 

ยุทธศาสตร์

รายละเอียด

ยุทธศาสตร์ที่ 1 เด็กทุกคนได้รับบริการในการพัฒนาเต็มศักยภาพ

 

91 โครงการ เช่น

  • โครงการจัดทำบัตรประชาชนเด็กแรกเกิด – 6 ปี
  • โครงการพัฒนาระบบการจดทะเบียนการเกิด
  • โครงการส่งเสริมโภชนาการและอนามัยแม่และเด็กบนพื้นที่สูง 
  • โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและอาหารเสริมนมสำหรับเด็กปฐมวัยในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
  • การส่งเสริมการเจริญเติบโตโภชนาการของเด็กปฐมวัยในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ไอโอดีนกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย

 

30 โครงการ เช่น

  • โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารอาหารไอโอดีน ปี 2556
  • โครงการเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีนแบบบูรณาการ โครงการบริหารจัดการและสร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายโครงการสื่อสารสาธารณสุขเพื่อปรับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์ไอโอดีน
  • โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตเกลือบริโภค ใช้มาตรการบังคับกำหนดให้การใช้เกลือ (โซเดียมคลอไรด์) ต้องใช้เกลือ (โซเดียมคลอไรด์)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

 

73 โครงการ เช่น

  • โครงการส่งเสริมเด็กไทยให้รักการอ่าน
  • การฝึกอบรมแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กปฐมวัยในสถานรองรับเด็กเอกชน (สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานสงเคราะห์เด็ก สถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู)
  • การส่งเสริมจัดมุมความรู้สำหรับผู้ปกครองในสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน
  • กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัยในชุมชนด้อยโอกาส เสริมทักษะชีวิตของครอบครัว

ยุทธศาสตร์ที่ 4 กลไกการดำเนินงานพัฒนาเด็กปฐมวัย

 

10 โครงการ เช่น

  • โครงการวิจัยเพื่อติดตามสภาวการณ์เด็กปฐมวัยในถิ่นทุรกันดาร
  • โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยในถิ่นทุรกันดาร 
  • โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยในถิ่นทุรกันดาร
  • โครงการพัฒนาระบบส่งต่อข้อมูลและเชื่อมต่อการทำงานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเชาว์ปัญญาเด็กไทย

 

                     

                               

                                                

 


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»