เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

กระจาย TOR ไป 6 กลุ่มบริษัทจัดการน้ำ …….เรามั่นใจ เราไม่โกง?

โดย วิชุดา สาธิตพร

       เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย

มีการตั้งประเด็นข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับการบริหารการจัดการน้ำ ซึ่งมีการพูดถึงอย่างมากทั้งในโลกไซเบอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ จนขยายวงกว้างไปทั่วทั้งในหมู่นักการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการ และประชาชนที่สนใจโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน

คำถามที่ส่วนมากสงสัย และกังขาว่า “ทำได้หรือ? เอาอยู่หรือ? ไม่โกงแน่นะ”  กลายมาเป็นประเด็นคำถามจากสังคม ถามถึงรัฐบาล คือเรื่อง “TOR”

อนึ่ง เส้นทางการทำงานของคณะที่จัดทำโครงการจัดการน้ำ ดังนี้

        คณะ กยอ.  ----->  กำหนดนโยบายเป็นยุทธศาสตร์

        คณะ กยน. ----->  นำยุทธศาสตร์มาทำเป็นแผนแม่บท

        คณะ กบอ. ----->  รับแผนแม่บทมาทำเป็นแผนปฏิบัติการ 2 ส่วน  

1.ระยะเร่งด่วน คือ ขุดลอกคูคลองหนอกบึง คันปิดล้อมอุตสาหกรรขนาดใหญ่

2.ระยะยั่งยืน มีการนำแผนแม่บทมาดำเนินการ ใช้เวลา 5 ปีวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีการทำงาน    2 ระดับ คือ 

1.

เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ (ทั้งในและต่างประเทศ) มาดำเนินโครงการ

3 เดือน

2.

แต่ละกลุ่มเสนอเป็นกรอบแนวคิด และพัฒนามาเป็น TOR

6 เดือน

TOR คืออะไร

ร่างข้อกำหนดคุณสมบัติในการจัดซื้อ จัดจ้าง (TOR)  

ใคร? ที่ผ่านคุณสมบัติในการจัดซื้อ จัดจ้าง (TOR)

รัฐบาลอนุมัติ 6 กลุ่มบริษัท เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (ครอบครัวข่าว, 5 ก.พ. 56) โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า “ทั้ง 6 กลุ่มบริษัทนี้ มีบริษัทของคนไทย 19บริษัท คิดเป็นร้อยละ 65 ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานอย่างสูงในบริบทสังคมไทย “(มติชนออนไลน์, 5 กพ 56)

 

รายชื่อของ 6 กลุ่มบริษัท

ลำดับ

ชื่อบริษัท

รายละเอียด

 

สัญชาติ

 

1.

บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (เค.วอเตอร์)

บริษัทที่เคยทำงานกับกรมชลประทานมานาน มีประสบการณ์ด้านการจัดการน้ำ

 

ประเทศเกาหลี

2.

กิจการค้าร่วมญี่ปุ่น-ไทย

กิจการค้าที่จัดทำเป็นบริษัทเพื่อยื่นค้ารวม (Consortium) ประกอบด้วย 10 บริษัทย่อย

 

บริษัทร่วมระหว่างไทย และญี่ปุ่น

3.

ITD POWERCHINA JV

บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมา ลักษณะร่วมการค้า (Joint Venture) ประกอบด้วย 6 บริษัทย่อย

 

กิจการร่วมระหว่างไทย-จีน

4.

กิจการร่วมค้า ทีมไทยแลนด์

บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมา ลักษณะร่วมการค้า (Joint Venture)ประกอบด้วย 8 บริษัทย่อย

 

บริษัทในเครือ บมจ.ช.การช่าง (CK)

5.

กลุ่มบริษัทค้าร่วม ล็อกซเลย์ 

ประกอบด้วย 2บริษัท

บริษัทร่วมระหว่างไทย (Loxley) และอเมริกา

 

6.

กิจการค้าร่วม ซัมมิท เอสยูที

บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมา ลักษณะร่วมการค้า (Joint Venture)ประกอบด้วย 3 บริษัท

 

เช่น หจก.สามประสิทธ์

ที่มา: สรุปจากข้อมูลของ Thaipublica, 6 กุมภาพันธ์ 2556

ถึงแม้ว่า รัฐบาลจะมีการชี้แจงรายละเอียด และนำข้อมูลมาเปิดเผยเป็นสาธารณะแล้วนั้น  แต่ข้อกังขาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนของแต่ละบริษัทนั้น เป็น “ข้อกังขาจนกลายเป็นข้อครหา”

มีการเอื้อประโยชน์ หรือ “ฮั้ว”?

บริษัทที่ได้รับงานส่วนมาก เป็นบริษัทที่สาธารณชนรู้จักดี และเห็นผลงานมามากกว่า 30 ปี มีทุนทางการเงินสูง ขณะเดียวกันสาธารณชนก็รับทราบทั่วหน้าว่า บริษัทเหล่านี้มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักการเมือง และพรรคการเมือง ดังนี้

 

ชื่อบริษัท

เจ้าของกิจการ

 

พรรคการเมือง

 

แหล่งที่มา

บมจ.ช.การช่าง (CK) 

ปลิว ตรีวิศวเวทย์

เข้าได้กับทุกพรรคการเมือง

 

(มติชนออนไลน์,24 กันยายน 55 )

 

บริษัท Loxleyมหาชน

ตระกูลล่ำซำ 

เข้าได้กับทุกพรรคการเมือง

 

(http://www.loxtrade.com)

 

 

หจก.สามประสิทธ์

เถ้าแก่ "สามประสิทธิ์"

เข้าได้กับทุกพรรคการเมือง เคยร่วมงานกับบริษัท บางแสนมหานคร จำกัด เครือญาติใกล้ชิดของพรรคพลังชล ปี 49

 

(สำนักข่าวอิศรา, 2กพ 56)

ITD POWERCHINA JV

เปรมชัย กรรณสูต

พรรคเพื่อไทย

(มติชนออนไลน์,24 กันยายน 55 )

 

กิจการค้าร่วมญี่ปุ่น-ไทย ซึ่งมีบมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง คอนสตรัคชั่น (UNIQ)เป็นบริษัทย่อย

ประสงค์ สุวิวัฒน์ธนชัย

เข้าได้กับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะนักการเมือง เช่นนาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พรรคเพื่อไทย

 

(มติชนออนไลน์,24 กันยายน 55 )

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ “ไม่น่าแปลกใจ” ว่า บริษัทเหล่านี้ได้รับโครงการใหญ่ของรัฐ เช่นโครงการจัดการน้ำ

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของฝ่ายค้าน และพลังภาคสังคม เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นจุดชนวนในการยื่นถอดถอนครม.

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “พรรคประชาธิปัตย์มีมติยื่นถอดถอนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ที่อนุญาตให้ประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากมองว่า เป็นการเอื้อประโยชน์และส่อการฮั้วประมูล เพราะมีผู้เข้าประมูลกลุ่มจำกัด และผู้ที่ได้การประมูลรายใหญ่มีไม่กี่ราย อีกทั้ง ยังไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ราคากลาง ที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ประกาศไว้ รวมถึง ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตามมาตรา 67 วรรค 2 โดยวันนี้ จะรวบรวมรายชื่อเพื่อเตรียมยื่นต่อประธานวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งให้ทาง ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป” (innnews, 19 มิถุนายน 56)

นายเมธี ครองแก้ว นักวิชาการ ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล หรือกล่าวได้ว่า ช่วยเตือนสติรัฐบาลว่า “การใช้งบประมาณบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีการใช้หลักเกณฑ์อะไร? มีความคุ้มค่ากับเงินที่ใช้ไปหรือไม่? โครงการที่ทำจะมีจุดเสี่ยงเกิดการทุจริต รั่วไหล  รวมทั้งโอกาสที่จะกระทบกับสังคม สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของประชาชน” (มติชนออนไลน์, 18 มิถุนายน 56)

ขณะที่รัฐบาล ได้ยืนยันว่า รัฐบาลระมัดระวังในการทำงานอย่างมาก และไม่มีการเอื้อผลประโยชน์แก่กิจการ หรือเอกชนใดๆที่ส่อไปทางคอร์รัปชั่นตามที่กล่าวหา

นายอัชพร เลขาธิการกฤษฎีกา ย้ำว่า ทุกกระบวนการยังเป็นแผนแนวความคิดในการดำเนินการ และการดำเนินการใดๆ รัฐบาลต้องสอบถามถึงความต้องการของประชาชน และผู้ที่คาดว่าได้รับผลกระทบก่อนทุกครั้ง เช่นการทำอ่างเก็บน้ำ รัฐบาลก็ต้องไปสอบถามประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบก่อน (ครอบครัวข่าว, 24 มิถุนายน 56)

ถึงกระนั้นก็ตาม “ข้อกังขา”  ก็ยังมีมาอย่างต่อเนื่อง และเป็น “สิ่งท้าทาย” สำหรับรัฐบาลในการดำเนินงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เกิด “สมดุล”ระหว่างการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการรักษาสิทธิประโยชน์ของประชาชน ตามหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี และคณะผู้จัดทำโครงการการจัดการน้ำ เช่น กยน. กนอช. และ กบอ. ต่อศาลปกครอง

นายศรีสุวรรณ จรรยา ให้เหตุผลของการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองในกรณีนี้ว่า “แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้น ไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน มีการใช้อำนาจทางบริหาร หรือครม. เร่งรีบดำเนินการจนเกินความจำเป็น และไม่มีเหตุผลในการรองรับ ซึ่งแม้แต่ผู้ที่ถูกฟ้องยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน แต่กลับเร่งรีบออกพรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทมาจัดทำโครงการการจัดการน้ำ” (คมชัดลึก, 27 มิถุนายน 56)

ศาลปกครองได้วินิจฉัยเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 56 ว่าตามข้อเท็จจริงในแผนแม่บทฯ ในหัวข้อ 3.4.6 มีการระบุว่าอาจมีส่วนที่กระทบต่อประชาชนในวงกว้างในเรื่องพื้นที่รองรับน้ำในเขตเจ้าพระยาตอนบน และล่าง ซึ่งภาครัฐจะมีมาตราการในการชดเชยแก่ประชาชน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ภาครัฐยังไม่มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบดังกล่าว ดังนั้น ศาลปกครอง จึงพิพากษาให้รัฐฯไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามเจตนารมณ์ที่ 10 ว่าด้วยสิทธิในข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียนและตามแจตนารมณ์ที่ 12 เรื่องสิทธิชุมชน ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชนที่ประมูลงานได้ (ไทยโพสต์, 30 มิถุนายน 56)

ประสบการณ์จากโครงการก่อสร้างใหญ่ๆในอดีตของประเทศไทยที่ไม่แล้วเสร็จ เช่นการก่อสร้างโครงการโฮปเวลล์ (ระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพ) ซึ่งมีปัญหาในการก่อสร้าง และไม่สามารถส่งมอบคืนงานให้กับรัฐบาลได้จนต้องยกเลิกสัญญานั้น ได้กลายเป็น “อนุเสาวรีย์ความเลวร้ายของการคอร์รัปชั่นโครงการรัฐบาล” ปรากฏเด่นชัดให้ลูกหลานไทยได้ถามไถ่ จนมีการตั้งคำถามขึ้นมาว่า “โครงการจัดการน้ำ งบ3.5 แสนล้านจะเจริญรอยตามมั้ย? และอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไรภายใต้โครงการนี้?

 

สุดท้าย เมื่อศาลปกครองมีคำวินิจฉัยอย่างนี้แล้ว “ประชาชนต้องช่วยกันติดตามดูต่อไปว่ารัฐบาลจะตัดสินใจเดินหน้าโครงการต่อไปอย่างไร? ผู้มีส่วนได้เสียจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการหรือไม่? และประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากการดำเนินการที่จะเกิดขึ้น?

.................................................

อ่านเพิ่มเติม:

“โครงการบริหารจัดการน้ำฯ 3.5 แสนล้าน เริ่มแล้ว “6 กลุ่มบริษัท” ผ่านเข้ารอบ.” Thaipublica, 6 กุมภาพันธ์ 2556.

“เคาะแล้ว! 6 กลุ่มบริษัท ประมูลระบบบริหารจัดการน้ำ 3 แสนล้าน "ปลอดประสพ" ย้ำไม่มีฮั้ว”. มติชนออนไลน์,5 กุมภาพันธ์ 2556 <http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1360049042&grpid=03&catid=03>

“34 กลุ่มชิงโปรเจ็กต์ 3.5 แสนล. "ช.การช่าง-อิตาเลียนไทย" เต็งจ๋า วัดใจ "กบอ." เคาะใครบริหารจัดการน้ำ”.มติออนไลน์,24 กันยายน 2556 <http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1348485802&grpid=03&catid=03>

 “เปิด 289 โครงการ 1.4 หมื่นล้านในอุ้งมือ“คุณปลื้ม".สำนักข่าวอิศรา,2 กุมภาพันธ์ 2556

< http://isranews.org/investigate/item/19168-289-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.html>

“ปชป.จ่อยื่นถอดครม. ส่อโกงจัดการน้ำ3.5แสนล้าน .innnews, 19 มิถุนายน 2556.

<http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=460268>

“เมธี ครองแก้ว ส่อสัญญาณรัฐบาลปู ระวังค่ายกลข้าว-น้ำ”. มติชนออนไลน์, 18 มิถุนายน 2556

<http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1371528080&grpid=&catid=02&subcatid=0201>

“รัฐแจงโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน”. ครอบครัวข่าว, 24 มิถุนายน 2556

<http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/72587>

“ศาลปค.สั่ง!'ปู'รับฟังปชช.ก่อนจัดการน้ำ”. คมชัดลึก,27 มิถุนายน 2556 <http://www.komchadluek.net/detail/20130627/162067/>

“เบรกเค้กน้ำ 3.5 แสนล. ศาลฯสั้งทำประชาพิจารณ์นายกฯดิ้นหาช่องทางเดินหน้า”.ไทยโพสต์,30 มิถุนายน 2556 <http://www.thaipost.net/news/280613/75663>

 


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»