เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

ตระกูลนักการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2554

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ    

ความยากลำบากในการสืบทอดอำนาจทางการเมืองของนักการเมืองรุ่นลูก (รุ่นหลาน) และความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งของตระกูลนักการเมืองใหญ่บางตระกูล (เช่น ตระกูลคุณปลื้มในการเลือกตั้งปี 2550 ตระกูลฉายแสงและตันเจริญในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด) ทำให้นักวิชาการจำนวนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามกับอิทธิพลและบทบาทของตระกูลการเมืองเก่าๆ ที่มีผลต่อชัยชนะในการเลือกตั้ง[ii]

อย่างไรก็ตาม ภาพของการกำกับและควบคุมพรรคการเมือง (อย่างเบ็ดเสร็จ) ของตระกูลนักการเมืองในพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรค เช่น ตระกูลชินวัตรในพรรคเพื่อไทย ตระกูลศิลปอาชาในพรรคชาติไทยพัฒนา ตระกูลชิดชอบในพรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่ตระกูลคุณปลื้มในพรรคเกิดใหม่อย่างพรรคพลังชล ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 กลับสะท้อนภาพความต่อเนื่องของอิทธิพลและบทบาทของตระกูลนักการเมืองใหญ่ๆ ที่มีต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย

ยิ่งไปกว่านั้น การปรากฏตัวของนักการเมืองหน้าใหม่ที่เป็นลูกหลานในตระกูลนักการเมืองสำคัญๆ ในพื้นที่ซึ่งมิได้อยู่ภายใต้อิทธิพลแบบอุปถัมภ์ของตระกูลโดยตรง แต่เป็นพื้นที่ซึ่งพรรคการเมืองบางพรรคมี “ฐานเสียง” (หรืออาจเรียกว่าเป็น “คะแนนจัดตั้ง”) หนาแน่น เช่น กรณีของผู้สมัครนามสกุลเทียนทอง บรรทัดฐาน พร้อมพันธ์ ในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ได้ช่วยตอกย้ำว่าอิทธิพลและบทบาทของตระกูลนักการเมืองมิได้ลดลงและอาจจะเพิ่มขึ้น หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่สลับซ้ำซ้อนมากกว่าในอดีตเสียอีก

คำถามที่น่าสนใจก็คือ อิทธิพลของตระกูลการเมืองยังมีความสำคัญต่อการเมืองเรื่องการเลือกตั้งของไทยหรือไม่? ถ้ามี อิทธิพลดังกล่าวมีมากน้อยเพียงใด?

บทความนี้มุ่งตอบคำถามดังกล่าวโดยการสำรวจและรวบรวมข้อมูลนักการเมืองที่มีความสัมพันธ์แบบตระกูลนักการเมืองจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เพื่ออธิบายภาพกว้างๆ เกี่ยวกับบทบาทของตระกูลการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า นักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะครอบครัวหรือตระกูลการเมืองว่ามีจำนวนเท่าไร คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของจำนวนผู้ที่ชนะการเลือกตั้งทั้งหมดโดยภาพรวม และเป็นสัดส่วนเท่าไรของจำนวนผู้ที่ชนะการเลือกตั้งในแต่ละพรรค และสัดส่วนดังกล่าวมีความแตกต่างกันหรือไม่ในแต่ละพรรคการเมือง

นอกจากนี้ เนื่องจากการนิยามคำว่าตระกูลนักการเมืองนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการมีบุคคลในตระกูลเดียวกันมากกว่าหนึ่งคนได้รับการเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใดครั้งหนึ่งเท่านั้น แต่การที่ตระกูลของนักการเมืองตระกูลใดจะถูกนิยามว่าเป็นตระกูลการเมืองที่สมบูรณ์ได้ ตระกูลนั้นจะต้องมีความสามารถในการส่งต่อความสำเร็จในการเลือกตั้งจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นต่อไปได้ด้วย แม้ในบางครั้งอาจจะมิใช่การส่งต่อกันโดยทันทีก็ตาม

ดังนั้น การนับจำนวนและคำนวณสัดส่วนผู้ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่มีคนในตระกูลเดียวกันเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน ก็มีความสำคัญต่อความเข้าใจเกี่ยวกับตระกูลนักการเมืองในประเทศไทยที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น และสมารถนำไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนตระกูลนักการเมืองที่มีการทำการศึกษาไว้ในต่างประเทศได้ด้วย

ตระกูลการเมืองยังมีความสำคัญอยู่หรือไม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย? การตอบคำถามนี้ที่ง่ายและชัดเจนที่สุดอาจเริ่มต้นจากการพิจารณาผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดว่านักการเมืองที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะครอบครัวหรือตระกูลการเมืองมีจำนวนเท่าไร คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของจำนวนผู้ที่ชนะการเลือกตั้งทั้งหมด และสัดส่วนดังกล่าวมีความแตกต่างกันหรือไม่ในแต่ละพรรคการเมือง[iii]

จากการพิจารณาผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ซึ่งมีพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจำนวน 11 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้ง รวม 265 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 204 คน บัญชีรายชื่อ 61 คน พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งรวม 159 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 115 คน บัญชีรายชื่อ 44 คน พรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้งรวม 34 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 29 คน บัญชีรายชื่อ 5 คน

พรรคชาติไทยพัฒนาได้รับเลือกตั้งรวม 19 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 15 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้รับเลือกตั้งรวม 7 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 5 คน บัญชีรายชื่อ 2 คน พรรคพลังชล ได้รับเลือกตั้งรวม 7 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 6 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรครักประเทศไทย ได้รับเลือกตั้งรวม 4 คน จากระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด พรรคมาตุภูมิ ได้รับเลือกตั้งรวม 2 คน แบ่งเป็นจากระบบแบ่งเขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรครักษ์สันติ พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้รับเลือกตั้งจากระบบบัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 คน (ตาราง 1)

ปรากฏว่าในจำนวนผู้ได้รับการเลือกตั้ง 500 ที่นั่ง (ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 375 คน และระบบบัญชีรายชื่อ 125 คน) นี้มีผู้ได้รับการเลือกตั้งที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติในลักษณะพ่อ-แม่-ลูก พี่-น้อง สามี-ภรรยา จำนวน 42 ตระกูล รวม 90 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด

ตาราง 1 ตระกูลการเมืองในการเลือกตั้ง 2554 แยกตามพรรคการเมือง

พรรคการเมือง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตระกูลการเมือง

ร้อยละ**

PL

แบ่งเขต

รวม

จำนวน (ตระกูล)*

จำนวน (คน)

เพื่อไทย

61

204

265

19

40

15.1

ประชาธิปัตย์

44

115

159

17

35

22.0

ภูมิใจไทย

5

29

34

4

6

17.6

ชาติไทยพัฒนา

4

15

19

4

6

31.6

พลังชล

2

5

7

1

2

28.6

รักประเทศไทย

-

4

4

1

1

25.0

มาตุภูมิ

1

1

2

-

-

-

รักษ์สันติ

1

-

1

-

-

-

ประชาธิปไตยใหม่

1

-

1

-

-

-

* รวมตระกูลของนักการเมืองที่สังกัดต่างพรรค

** ร้อยละของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดของแต่ละพรรค

เมื่อพิจารณาต่อไปว่าตระกูลใดที่มีสมาชิกในตระกูลชนะการเลือกตั้งมากที่สุด ก็จะพบว่าตระกูลที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุดคือตระกูล “เทียนทอง” สังกัดพรรคเพื่อไทย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายเสนาะ เทียนทอง บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 นายฐานิสร์ เทียนทอง (หลานชายนายเสนาะ) สระแก้ว เขต 1 นางสาวตรีนุช เทียนทอง (หลานสาวนายเสนาะ) สระแก้ว เขต 2 นายสรวงศ์ เทียนทอง (ลูกชายนายเสนาะ) สระแก้ว เขต 3 และนายสุรชาติ เทียนทอง (ลูกชายนายเสนาะ) กรุงเทพฯ เขต 11

รองลงมาได้แก่ ตระกูล “เทือกสุบรรณ” สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี เขต 2 นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี เขต 1 (น้องชายนายสุเทพ) นายเชน เทือกสุบรรณ (น้องชายนายสุเทพ) สุราษฎร์ธานี เขต 4 และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ลูกเลี้ยงนายสุเทพ) กรุงเทพฯ เขต 29 และตระกูล “รัตนเศรษฐ” สังกัดพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายวิรัช รัตนเศรษฐ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 32 นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นครราชสีมา เขต 4 (ภรรยานายวิรัช) และนายอธิรัช รัตนเศรษฐ (ลูกชายคนโตของนางทัศนียา-นายวิรัช) นครราชสีมา เขต 7 ตามลำดับ

ส่วนอีก 39 ตระกูลที่เหลือได้รับการเลือกตั้งจำนวน 2 คนเท่ากัน กระจายไปในพรรคการเมืองต่างๆ จำนวน 5 พรรค ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย 15 ตระกูล พรรคประชาธิปัตย์ 15 ตระกูล พรรคชาติไทยพัฒนา 2 ตระกูล พรรคภูมิใจไทย 2 ตระกูล และพรรคพลังชล 1 ตระกูล

นอกจากนี้ ยังมีตระกูลการเมืองที่ผู้ได้รับการเลือกตั้งสังกัดพรรคการเมืองต่างพรรคกันได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอีก 4 ตระกูล ประกอบด้วยตระกูลไกรฤกษ์ ได้แก่ นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 พรรครักประเทศไทย

ตระกูลจินตะเวช ได้แก่ นายปัญญา จินตะเวช อุบลราชธานี เขต 9 พรรคเพื่อไทย และนายตุ่น จินตะเวช (พี่ชายนายปัญญา) อุบลราชธานี เขต 11พรรคชาติไทยพัฒนา ตระกูลใจสมุทร ได้แก่ นายธานินทร์ ใจสมุทร สตูล เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา และนายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 พรรคภูมิใจไทย และตระกูลมุ่งเจริญพร ได้แก่ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และนางปิยะดา มุ่งเจริญพร สุรินทร์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย (ดู ตาราง ก ในภาคผนวก)

หากพิจารณาจำนวนตระกูลนักการเมืองของแต่ละพรรค พบว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีตระกูลนักการเมืองได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด รวม 19 ตระกูล รองลงมาเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 17 ตระกูล พรรคภูมิใจไทย 4 ตระกูล พรรคชาติไทยพัฒนา 3 ตระกูล พรรคพลังชล 1 ตระกูล และพรรครักประเทศไทย 1 ตระกูล ตามลำดับ (ตาราง 1)

ในขณะที่หากพิจารณาในแง่สัดส่วน พบว่า พรรคชาติไทยพัฒนา มีสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคนในตระกูลเดียวกันได้รับการเลือกตั้งต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดของพรรคสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 31.6 รองลงมาเป็นพรรคพลังชล ร้อยละ 28.6 พรรครักประเทศไทย ร้อยละ 25 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 22 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 17.6 และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 15.1 ตามลำดับ (ภาพ 1)

ภาพ 1 สัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความสัมพันธ์แบบตระกูลการเมืองในการเลือกตั้ง 2554 แยกเป็นรายพรรค

ผลการศึกษาในบทความนี้ยืนยันว่า ตระกูลการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไป 2554 ยังคงมีอยู่ทั้งจากการพิจารณาจำนวนตระกูลนักการเมืองที่มีสมาชิกได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้มากกว่า 1 คน ซึ่งมีอยู่ถึง 42 ตระกูล รวม 90 คน คิดเป็นร้อยละ 18 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด และเมื่อนำไปพิจารณาร่วมกับกับสัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่มีคนในตระกูลเดียวกันเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อนที่มีจำนวนถึง 210 คน คิดเป็นร้อยละ 42 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดด้วยแล้ว ก็จะเห็นภาพของการส่งต่อความสำเร็จทางการเมืองจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งของตระกูลนักการเมืองในประเทศไทยที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง

ข้อค้นพบข้างต้นอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า “การเมือง (ในความหมายกว้าง) ของไทยทั้งหมด คือธุรกิจครอบครัวทั้งนั้น ไม่เฉพาะแต่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว[xvi]” ดังที่นักวิชาการบางท่านตั้งข้อสังเกตไว้ แต่อย่างน้อย ข้อค้นพบในบทความนี้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในการเมืองไทยที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การมีอยู่ของนักการเมืองที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะตระกูลการเมืองเช่นนี้เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่หรือไม่? แตกต่างจากการเลือกตั้งในอดีตอย่างไร? เป็นคำถามที่ต้องการการค้นคว้าหาคำตอบแบบวิเคราะห์เจาะลึกต่อไปอีก!



เชิงอรรถ:

[i] คำว่า “ตระกูลนักการเมือง” หรือ “ตระกูลการเมือง” ในบทความนี้มาจากคำว่า “political dynasty” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งนักวิชาการบางท่านเลือกใช้คำว่า “ราชวงศ์ทางการเมือง” (ดู เช่น เชษฐา พวงหัตถ์. 2553. “การเมืองของชาติกำลังพัฒนาในกระแสโลกาภิวัตน์.” วารสารร่มพฤกษ์ 28 (3): 8-87; พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์. “ว่าด้วยเรื่องราชวงศ์ทางการเมือง (political dynasty).” คม ชัด ลึก 24 เมษายน 2555: 4 เป็นต้น)  แต่สำหรับผู้เขียน การเลือกใช้คำว่า “ตระกูล” ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการอธิบายปรากฏการณ์ทางการเมืองแบบไทยๆ ได้ตามสมควรอยู่แล้ว  

[ii] ดู “ประจักษ์ ก้องกีรติ: แนวโน้ม 7 ประการหลังการเลือกตั้ง 3 ก.ค.” ประชาไท 20 กรกฎาคม 2554. แหล่งที่มา: http://prachatai.com/journal/2011/07/36106 ค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2554.

[iii] การตอบคำถามเหล่านี้ อาศัยข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนฯ (TCIJ) รวบรวมและนำเสนอบนเว็บไซต์ (http://www.tcijthai.com) ในรูปบทวิเคราะห์ชื่อ “42 ตระกูลการเมืองยกครัวเข้าสภา!” เป็นจุดตั้งต้นในการมองภาพรวมของตระกูลนักการเมืองในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 เพื่อวิเคราะห์ต่อยอดไปสู่การตอบคำถามอื่นๆ ของบทความ ผู้เขียนใคร่ขอขอบคุณ TCIJ ไว้ ณ ที่นี้

[iv] Hess, Stephen. 1966. America's Political Dynasties from Adams to Kennedy. Garden City, New York: Doubleday.

[v] Clubok, Alfred B., Norman M. Wilensky and Forrest J. Berghorn. 1969. “Family Relationships, Congressional Recruitment, and Political Modernization.” Journal of Politics 31(4): 1035-1062.

[vi] Dal Bo, Ernesto, Pedro Dal Bo and Jason Snyder. 2009. “Political Dynasties." Review of Economic Studies 76(1): 115-142.

[vii] Rossi, Martín A. 2009. Political Dynasties: Evidence from a Natural Experiment in Argentina. Working Paper Series, Universidad de San Andres, Argentina.

[viii] Asako, Y., T.Iida, T.Matsubayashi and M.Ueda. 2010. Dynastic legislators: Theory and evidence from Japan. Working Paper No.201201, Waseda University Organization for Japan-US Studies; Ishibashi, Michihiro and Steven R Reed. 1992. “Second-Generation Diet Members and Democracy in Japan: Hereditary Seats." Asian Survey 32 (4): 366-379; Taniguchi, Naoko. 2008. Diet Members and Seat Inheritance. In Democratic Reform in Japan: Assessing the Impact, ed. Sherry Martin and Gill Steel. Boulder, CO: Lynne Reinner.

[ix] Camp, Roderic A. 1982. “Family Relationships in Mexican Politics: A Preliminary View.” Journal of Politics 44(3): 848-862; Camp, Roderic Ai. 1995. Political Recruitment across Two Centuries: Mexico, 1884-1991. Austin: University of Texas Press.

[x] Mendoza, Ronald, Edsel L. Beja Jr., Victor Soriano Venida, and David Yap. 2012. An Empirical Analysis of Political Dynasties in the 15th Philippine Congress. Working Paper 12-001, Asian Institute of Management.

[xi] Asquer, Raffaele and Federico Calderoni. 2011. “Family Matters: Testing the Effect of Political Connections in Italy.” Symposium: Democracy and Its Development 2005-2011, Center for the Study of Democracy, University of California, Irvine.

[xii] Dal Bo, Ernesto, Pedro Dal Bo and Jason Snyder. 2009. “Political Dynasties." Review of Economic Studies 76(1): 115-142.

[xiii] Rossi, Martín A. 2009. Political Dynasties: Evidence from a Natural Experiment in Argentina. Working Paper Series, Universidad de San Andres, Argentina.

[xiv] Asako, Y., T.Iida, T.Matsubayashi and M.Ueda. 2010. Dynastic legislators: Theory and evidence from Japan. Working Paper No.201201, Waseda University Organization for Japan-US Studies.

[xv] Mendoza, Ronald, Edsel L. Beja Jr., Victor Soriano Venida, and David Yap. 2012. An Empirical Analysis of Political Dynasties in the 15th Philippine Congress. Working Paper 12-001, Asian Institute of Management.

[xvi] นิธิ เอียวศรีวงศ์. 2554. “วงศาคณาญาติ.” มติชนรายวัน 8 สิงหาคม 2554.

 

ภาคผนวก

คลิกดู ตาราง ก ตระกูลการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 กรกฎาคม 2554

 

 


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»