เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ ประเด็นร้อน

 

 

 

 

 

 

จับตาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย

วันที่ 5 พฤษจิกายน 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงด่วนกรณีร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในระยะเวลาอันใกล้นี้

 

**********************

ในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ในวาระที่สองและลงมติเห็นชอบในวาระที่สามก่อนแสงแรกของวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2556 เวลาประมาณตีสี่ครึ่ง ด้วยเสียงเห็นชอบ 310 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง เป็นการประชุมมาราธอนกว่า 19 ชั่วโมง รวดเดียวจบ ซึ่งผิดความคาดหมายจากหลายฝ่ายที่มองว่าจะมีการพิจารณาวาระที่สองในวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2556 และลงมติในวาระที่สามในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2556 จึงเกิดคำถามตามมาว่าทำไมสภาผู้แทนราษฎรจึงเร่งรีบในการผ่านร่างกฎหมายที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างมากฉบับนี้

เมื่อมองย้อนกลับไปในวาระที่หนึ่งของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ซึ่งเสนอโดยนายวรชัย เหมะ (คลิกดูร่างของนายวรชัย เหมะ) โดยมีเนื้อหาในการนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองต่างๆ ไม่รวมถึงแกนนำการชุมนุมและผู้สั่งการ ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 ถึง 10 พฤษภาคม 2556  ด้วยเสียงรับหลักการ 300 เสียง ไม่รับหลักการ 127 เสียง งดออกเสียง 14 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง 

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จำนวน 35 คน (คลิกดูรายชื่อคณะกรรมาธิการ) ซึ่งมีนายสามารถ แก้วมีชัย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้เสนอให้แปรญัตติ มาตรา 3 ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ และมีคณะกรรมาธิการ จำนวน 18 คน เห็นด้วยกับข้อเสนอ โดยมีการแปรญัตติ ดังนี้

(คลิกดูตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ของนายวรชัย เหมะและฉบับที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว)

การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 3 ในชั้นกรรมาธิการ ได้ขยายขอบเขตการนิรโทษกรรมไปถึงแกนนำการชุมนุม ผู้สั่งการ รวมถึงผู้ที่องค์กรซึ่งก่อตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหาร อย่างเช่น คตส. ชี้มูลความผิด ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปในวงกว้าง ทั้งพรรคฝ่ายค้านซึ่งไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งกลุ่มของ ส.ส. เสื้อแดงเองก็มีความเห็นต่างจากกับพรรคเพื่อไทยถึงขั้นในวาระสามได้โหวตสวนมติพรรค

ตามขั้นตอนการออกกฎหมายเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในวาระที่สาม ขั้นตอนต่อไปคือต้องส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาในวาระที่หนึ่ง สายตาของทุกฝ่ายในขณะนี้ จึงจับจ้องไปยังประธานวุฒิสภา(นายนิคม ไวยรัชพานิช)ว่าจะนำร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ เข้ามาบรรจุในระเบียบวาระการพิจารณาของวุฒิสภาเมื่อใด

**********************


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»