เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

“รุก-ฆาต” คว่ำกระดานรัฐสภาไทย

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นการเลือกตั้งที่โกลาหลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

 

ความวุ่นวายเกิดขึ้นตั้งแต่การเปิดรับสมัครผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดงเรื่อยมาถึงการเปิดรับสมัครส.ส.เขตที่มีกลุ่มมวลชนกปปส.ปิดล้อมสถานที่รับสมัครทำให้ 28 เขตภาคใต้ไม่มีผู้สมัคร

 

ยังไม่นับรวมไปถึงการไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนได้ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทั่วไปส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งไม่ประสบผลสำเร็จ

 

การชะงักงันของกระบวนการจัดการเลือกตั้งนำมาซึ่งปมปัญหาหลายประการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารที่เป็น 2 เสาสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

 

รัฐธรรมนูญมาตรา 93บัญญัติให้หลังจากการเลือกตั้งจะต้องมีส.ส.อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนส.ส.ทั้งหมด 500 คนหรือ475 คนถึงจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีก 2 คน

 

เมื่อมีประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วจึงจะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 172 ที่บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่มีการเรียกประชุมสภาเป็นครั้งแรก

 

ซึ่งรัฐธรรมนูญยังกำหนดว่าการเปิดประชุมรัฐสภาต้องมีขึ้นภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง

 

ดังนั้นเมื่อกระบวนการเลือกตั้งไม่เสร็จสิ้นส.ส.ไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ทำให้ไม่สามารถเปิดสภาและเลือกนายกรัฐมนตรีได้ย่อมหมายความว่ารัฐบาลรักษาการก็ยังคงจะทำหน้าที่รักษาการต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีกำหนด

 

และเป็นรัฐบาลรักษาการที่ไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่ระบุไว้

 

 

 

 

โดยรัฐบาลรักษาการต้องทำหน้าที่ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดคือ

 

1.ไม่กระทำการอันเป็นการใช้อำนาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำหรือพนักงานของหน่วยของรัฐรัฐวิสาหกิจหรือให้ผู้อื่นมาปฎิบัติหน้าที่แทนเว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเลือกตั้งก่อน

 

2.ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเลือกตั้งก่อน

 

3.ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป

 

4.ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งและไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

 

ขณะที่ฝ่ายวุฒิสภานั้นส..เลือกตั้งจำนวน 77 คนจะหมดวาระลงในวันที่ 2 มีนาคมและจะมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในวันที่ 30 มีนาคมนี้

 

แม้หลายฝ่ายเชื่อว่าการเลือกตั้งส.ว.อาจจะไม่เกิดความวุ่นวายดังเช่นเลือกตั้งส.ส. อีกทั้งในระหว่างการจัดการเลือกตั้งส.ว.ชุดใหม่ส.ว.ชุดเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งใหม่มารับไม้ต่อ

 

แต่กระนั้นเส้นทางการปฏิบัติหน้าที่ของสภาสูงก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทีเดียว

 

เนื่องจากมีส..จำนวน 50 คนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(...) แจ้งข้อกล่าวหากรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.. ซึ่งหากส..เหล่านี้ถูกชี้มูลความผิดจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

 

ซึ่งจะส่งผลต่อการลงมติของวุฒิสภาว่าองค์ประชุมจะนับเช่นใดระหว่างนับเฉพาะส..ที่ไม่ถูกชี้มูลและยังปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือนับรวมส..ที่ถูกชี้มูลเป็นองค์ประชุมด้วย

 

เฉพาะอย่างยิ่งกรณีการถอดถอนส.ส.และส.ว.ที่จะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนส.ว.ทั้งหมด

 

ระหว่างนี้มีคดีที่น่าจับตาคือกรณีของ “ยิ่งลักษณ์ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีที่ถูกป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหากรณีจำนำข้าวซึ่งนอกจากเป็นคดีอาญาแล้วตามคำร้องยังมีการขอให้ถอดถอน “ยิ่งลักษณ์”ออกจากตำแหน่งด้วย

 

ดังนั้นเรื่องการถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” จะต้องถูกชงเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในที่สุดซึ่งหากเมื่อนั้นมาถึงปัญหาเรื่ององค์ประชุมจะเป็นที่ถกเถียงอย่างไร้คำตอบ

 

สุดท้ายแล้วปัญหานี้อาจมีคนยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความและจะจบลงที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในที่สุด!

 

//////


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»