เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

“เพื่อไทย” เปิดตำรารับ “สงครามกฎหมาย” ยื้ออายุรัฐบาล

ทีมข่าว Insight Thai Parliament 

 

นาทีนี้รัฐนาวายิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาการหนักเหลือเกิน เรื่องม็อบก็ยังเอาไม่อยู่  เจอประเด็นทางกฎหมาย องค์กรอิสระซัดเข้ามาอีกทาง ทำให้พรรคเพื่อไทย ต้องตั้งหน้ารับมือศึกทั้งสองด้าน “พิชิต ชื่นบาน” คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ตอบข้อสงสัย มุมกฎหมายในสิ่งที่กำลังเผชิญ ประเด็นเตรียมรับมือ เริ่มจากประเด็นร้อนแรง โครงการรับจำนำข้าว ที่รอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล ที่ว่ากันว่ามีผลต่อ อนาคตรัฐบาลและคนในพรรคเพื่อไทยไม่น้อยเลยทีเดียว

พิชิต ชื่นบาน“พิชิต” เริ่มต้นด้วยการอธิบายประเด็นที่ป.ป.ช.กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ มี2ประเด็น สำคัญ คือ1.ไม่เข้มงวดการใช้กฎหมาย ทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น 2.เพิกเฉย ไม่ระงับยับยั้ง เลยขอเทียบเคียงสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และประธานกขช. มีการทักท้วง ถ้าเทียบเคียง2เรื่องนี้ เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ควรตรวจสอบไปพร้อมๆกัน ทั้งโครงการประกันราคาข้าว และจำนำข้าว ไม่ใช่มาตรวจสอบโครงการเดียว สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก่อให้เกิดภาระให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ต้องจัดทำงบประมาณมาใช้หนี้ให้โครงการประกันราคาข้าว 1.2แสนล้านบาท และเป็นภาระงบประมาณที่ยังค้างจ่ายคือ 3.8หมื่นล้านบาท ที่ไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาจ่าย การกล่าวหารัฐบาลก่อหนี้ผูกพัน ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ได้ก่อให้เกิดหนี้ผูกพันต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์

“ป.ป.ช.ท่านหนึ่งบอก โครงการจำนำข้าวไม่ใช่เพิ่งมาไต่สวน จนให้นายกฯชี้แจงข้อกล่าวหาใช้เวลา21วัน แต่ได้ไต่สวนมาปีเศษแล้ว ขณะเดียวกันมีการแยกสำนวนจากในส่วนที่ป.ป.ช.กล่าวหา นายบุญทรงกับพวก ข้อกล่าวหาที่มีการยื่นร้องป.ป.ช.มีทั้งขาเข้าและขาออก ขาเข้าคือรับจำนำ ขาออกคือระบายข้าว ซึ่งในส่วนนี้มีการยื่นเอาผิดนายบุญทรง แต่กล่าวหานส.ยิ่งลักษณ์คือกล่าวหาทั้งโครงการว่าการจำนำข้าวขาดทุน ป.ป.ช.ไม่ได้กล่าวหานส.ยิ่งลักษณ์ ทุจริตเรื่องระบายข้าว แต่ป.ป.ช.นำสองเรื่องมารวมกัน ใช้เวลานับแต่ตั้งกรรมการสอบ แล้วให้นายกฯมาชี้แจงเพียง21วัน” มือกฎหมายพรรคเพื่อไทยย้ำ

นักกฎหมายมือทองพรรคเพื่อไทย  ยังบอกไปถึงข้อกฎหมายอันน่าสงสัยที่แกนนำกปปส.กำลังจะหาช่องเล่นงานคนในรัฐบาล นับแต่ชุมนุมมาของผู้ชุมนุมกปปส. มีผู้เสียชีวิต มีแกนนำกปปส.แถลงว่าจะยื่นฟ้อง นส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิมกับพวก ในข้อหาฆ่าคนตาย หากเทียบกับกรณีการชุมนุมเมื่อปี2553 ในทางกฎหมายถือว่าเมื่อมีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมถือเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ ต้องทำสำนวนจากพนักงานสอบสวนในพื้นที่ว่าผู้ตายคือใคร ตายด้วยสาเหตุใด ถ้ามีคนทำร้ายก็ต้องหาตัวคนร้าย ทำสำนวนเสร็จส่งอัยการฟ้องต่อศาลชั้นต้น แต่กรณีนายสุเทพ กลับใช้วิธีฟ้องตรง จากกรณีการตายโดยผิดธรรมชาติ ทั้งที่ไม่รู้สาเหตุว่าตายเพราะเหตุใด จากปี53 พนักงานสอบสวนทำสำนวนเพื่อให้รู้สาเหตุการตายก่อน เช่น กรณีนายฮิโรยูกิ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น การไปฟ้องโดยตรงเท่ากับเป็นการดิสเครดิตรัฐบาล ทางกระบวนการนายสุเทพควรมามอบตัวอัยการเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมดีกว่า เพราะที่ทำอยู่ไม่ถูกต้อง

จากเรื่องนี้มีผู้พยายามแปลความรัฐธรรมนูญให้เกิดสุญญากาศ กรณีครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งโดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตรา127และ 172 แต่อยากให้ไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่ระบุครม.ที่พ้นตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีครม.ใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ประกอบกับพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินมาตรา 10 วรรคท้าย ที่ระบุให้ ครม.ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีครม.ใหม่เข้ามาทำหน้าที่ นอกจากนี้ยังเคยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 20/2553 มาเทียบเคียง

พร้อมบอกด้วยว่า ขณะนี้ ปัญหากกต.ก็ยังคาราคาซัง เพราะการจัดเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จเป็นปัญหากกต. จะมาบอกเป็นเรื่องให้ครม. ต้องพ้นตำแหน่งไม่ได้ กระบวนการเปิดสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา93 ที่ต้องเปิดสภาฯให้ได้ภายใน30วันนับแต่มีการเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ การจะให้ครม.พ้นตำแหน่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่จัดเลือกตั้งไม่เสร็จจะต้องมาทำให้ครม.พ้นจากหน้าที่ เป็นเรื่องนี้ ถ้าจะอุปมาอุปมัย แปลความกฎหมายให้กกต.ล้มรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ ต่อไปถ้าใครจะล้มรัฐบาลก็แค่จัดเลือกตั้งไม่เสร็จใน30วัน ก็ล้มรัฐบาลได้แล้ว ถือว่าแปลความไม่ถูกกฎหมาย ตอนนี้กกต.ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดเลือกตั้งซ่อมที่ลงคะแนนไม่ได้ และ28เขตที่ไม่มีผู้สมัคร จะเอาเหตุนี้มาตีความให้ครม.ต้องพ้นหน้าที่ไม่ได้ พยายามจะตีความให้เกิดช่องว่างให้เกิดนายกฯมาตรา7 ซึ่งต้องไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา172 มาประกอบ และไปดูเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ ให้ต้องทำตามวิถีการเมืองระบบรัฐสภาฯ ให้อำนาจปวงชนผ่านตัวแทนด้วยการเลือกตั้ง เพื่อให้อำนาจประชาชนยึดโยงกับตัวแทน จึงให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกของส.ส.  การจะมาอ้างเพื่อให้เกิดตามประเพณีจึงไม่อยู่ในวิถีทางประชาธิปไตย โดยลอจิกส์ เป็นการแปลความไม่ถูก อีกหน่อยก็เป็นประเพณี กกต.ไม่ชอบรัฐบาลก็แค่จัดเลือกตั้งไม่เสร็จ ให้เกิน30วัน

ข้อถกเถียง เขตที่ไม่มีผู้สมัคร28เขต ที่กกต.ระบุรัฐบาลสามารถออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ได้นั้น เชื่อว่าประเด็นนี้กกต.คงต้องการนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ตั้งใจให้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออกให้ เรื่องนี้เมื่อเป็นปัญหาโดยที่กกต.ก่อไว้ ตั้งแต่ไม่ขยายเวลารับสมัครรับเลือกตั้ง ตามพ.ร.บ.จากเหตุการณ์ใช้ดุลพินิจไม่ขยายเวลารับสมัคร เป็นเหตุให้เกิดปัญหาในเวลานี้ กกต.ต้องยอมรับเป็นเหตุให้เกิดคดีที่มีคนไปแจ้งความทั้งประเทศ แล้วจะมาผลักภาระให้รัฐบาลต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ ซึ่งความเห็นส่วนตัวมองว่า กกต.สามารถใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 231 และ 235 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. สว.มาตรา9 ได้

เมื่อถามถึงขั้นว่า หากยังจัดเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ เปิดสภาฯไม่ได้ใน30วัน ขั้นตอนต่อไปจะไปฟ้องร้องเอาผิดกกต.หรือไม่ พิชิต บอกเพียง ให้ถึงเวลานั้นก่อน ไม่ได้คิดว่าต้องไปหาเรื่อง แต่กกต.ต้องดูว่าได้ให้ความเป็นธรรมต่อการจัดเลือกตั้งให้ผู้สมัครทั่วทุกพรรคและ28เขตหรือไม่ เราไม่อยากให้กกต.คอยแต่มองว่าพรรคเพื่อไทยอคติ ชอบหาเรื่องเท่านั้น

นานาทัศนะ จับตา งานป.ป.ช.

ไพศาล พืชมงคลไพศาล” ติง ป.ป.ช. ไต่สวน “ยิ่งลักษณ์” กี่กระทง ต้องชัดเจน

นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเที่ยงวันนี้ ติง ป.ป.ช. ไต่สวนยิ่งลักษณ์ ต้องมีความชัดเจนว่ากระทำความผิดกี่กระทง เพราะถ้าหากคลุมเครือจะเกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งแก่ผู้ถูกกล่าวหา และจะยุ่งยากแก่ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีด้วย

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าจากการสรุปผลการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น ป.ป.ช.สรุปว่าเป็นโครงการที่มีการทุจริต “ตลอดโครงการ ทุกขั้นทุกตอน” และเป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องในปีการผลิต 2554/2555 และ 2555/2556 ซึ่งมีการประชุมทั้งคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการนโยบายข้าวหลายครั้งเพื่ออนุมัติกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนั้น ป.ป.ช. ยังระบุอีกว่า สตง. ได้มีหนังสือเตือนให้หยุดโครงการถึง 2 ครั้ง ป.ป.ช. ก็มีหนังสือเตือนถึง 2 ครั้ง แต่เพิกเฉย ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจนว่าการกระทำความผิดที่กล่าวหามีกี่กรรมความผิด เพราะแต่ละกรรมความผิดนั้นก็มีโทษเฉพาะ คือจำคุก 1-10 ปี ผลการสืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ช. มีความชัดเจนว่ามีการกระทำหลายกรรมความผิด คือทั้งความผิดในส่วนที่กระทำ คือใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ ทั้งความผิดในส่วนที่ละเว้นการกระทำ คือละเว้นไม่ทำหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน ที่จะต้องสั่งหยุด สั่งยกเลิก สั่งแก้ไข หรือสั่งป้องกัน มิให้มีการกระทำความผิดหรือมิให้เกิดความเสียหาย โดยผลการสืบสวนสอบสวนนั้นมีความชัดเจนว่าไม่ใช่ความผิดกรรมเดียว คงเหลือว่าจะเป็นความผิดกี่กรรมกันแน่ ดังนั้น ป.ป.ช. จึงต้องทำการไต่สวนให้มีความชัดเจนว่ามีการกระทำความผิดกี่กรรมความผิด เพราะแต่ละกรรมก็มีโทษทางอาญาจำคุก 1-10 ปี และมาตรฐานการพิจารณาลงโทษของศาลเท่าที่ปรากฏในขณะนี้ ศาลจะจำคุก 2-3 ปี โดยไม่รอการลงอาญา หากมีการไต่สวนชัดเจน ผู้ถูกกล่าวหาก็จะได้ชี้แจงอย่างชัดเจน และ ป.ป.ช. ก็จะมีความสะดวกในการดำเนินคดีในชั้นศาล มิฉะนั้นก็จะคลุมเครือ ซึ่ง ป.ป.ช. อาจต้องรับผิดด้วย เพราะถ้าเป็นการทำความผิดหลายกรรมความผิด แต่ดำเนินคดีเพียงกรรมเดียว ก็เท่ากับใช้อำนาจช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 หรือถ้าเป็นกรณีทำความผิดกรรมเดียว แต่ไปดำเนินคดีหลายกรรมความผิด ทำให้นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสียหาย ก็อาจถูกดำเนินคดีได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจน โดยตนเห็นว่าในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ป.ป.ช. จะดำเนินคดีกี่กรรมความผิดกันแน่

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าตนเคยให้ความเห็นว่าอนาคตทางการเมืองของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้จบสิ้นลงแล้ว เพราะจากผลสรุปการสืบสวนสอบสวนมีความชัดเจนว่ามีหลายกรรมความผิด และถ้าศาลเห็นว่ามีความผิดก็คงถูกจำคุกหลายสิบปีแน่นอน

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าที่บริวารของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แนะนำไม่ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช. นั้น เป็นข้อแนะนำที่จะทำให้นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จมปลักมากขึ้น เพราะถ้าหากไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา ป.ป.ช. อาจขอให้ศาลออกหมายจับมาขังไว้ได้ หรือถ้าจะขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหา แต่ ป.ป.ช. เห็นว่าไม่มีเหตุผล และเป็นการจงใจไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ก็อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือถ้ามีภารกิจก็ต้องมีเหตุผลที่แน่นหนาเพื่อขอเลื่อนต่อ ป.ป.ช. ก็คงจะได้รับความยุติธรรม.

ข้อมูลจาก http://www.paisalvision.com/news/paisal-new/11180-2014-02-26-06-50-10.html

และเฟซบุ๊ค PaisalPuechmongkol

วิชา มหาคุณ′แจงปูโพสต์ค้านนั่งกก.ไต่สวนจำนำข้าว ยันใช้เวลาแจ้งข้อกล่าวหากว่า 1 ปี

วิชา มหาคุณวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษก ป.ป.แถลงข่าวความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ที่จริงแล้ว ป.ป.ช.ก็ไม่ใช่เพื่อนของท่านที่จะต้องมาตอบคำถามทางเฟซบุ๊ก เพราะอาจจะต้องแอดเป็นเพื่อนกันก่อนแล้วเราถึงจะเป็นเพื่อนกันได้

อย่างไรก็ตาม ก็จะถือโอกาสชี้แจงให้ทราบว่า เพราะอะไรการตรวจสอบคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวกรณีที่ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ละเว้นไม่ระงับยับยั้งโครงการซึ่งส่อเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 ถึงมีความรวดเร็วนักนั้น

ทาง ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือไปพร้อมกับหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 27 ก.พ. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ในวันที่ 27 ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็สามารถมาคัดสำเนาเอกสารพยานหลักฐานได้ ส่วนการคัดค้านตนนั้น คณะกรรมการพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับการคัดค้านเนื่องจากไม่เข้าเหตุแห่งการคัดค้านตามกฎหมาย และการตัดสินคดีเป็นการตัดสินใจของกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุด ซึ่งได้แจ้งไปในหนังสือให้มารับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน

ส่วนกรณีที่สงสัยว่าเมื่อเปรียบเทียบกรณีของนายอภิสิทธิ์คดีประกันราคารายได้นั้น ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.รับเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง และกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเหตุอันควรสงสัยว่าละเว้นการปฏิบัตหน้าที่ฐานไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องสืบเรืองจากข้อกล่าวหาเดิมของนายสมศักดิ์ โกสัยสุข ที่กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ที่คณะอนุกรรมการไต่สวนตรวจสอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 จนถึงวันที่ 18 มกราคม 2557 ซึ่งใช้เวลา 1 ปี ไม่ใช่ 21 วันอย่างที่เข้าใจ

ถามว่าวันที่ 27 ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวด้วยตัวเองหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า โดยปกติตามสิทธิควรมาด้วยตัวเอง เพราะจะมีเรื่องการขอคัดเอกสาร ถ้าให้คนอื่นมาแทนเราไม่สามารถให้คัดเอกสารได้ ต้องมาด้วยตัวเองตามระเบียบการไต่สวนของเรา ซึ่งถ้าขอตรวจเอกสารต้องปรากฏตัว และส่วนจะให้ใครทำต่อค่อยว่ากัน

ถามว่า ถ้าวันที่ 27 ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมาจะขอเลื่อนได้หรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ก็ต้องขอดูก่อนว่าจะไม่มาเนื่องจากเหตุอะไร แต่ถ้าไม่มาเพราะมีกลุ่มกองกำลังมาแทนอันนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ถามต่อว่า นายกฯได้มีการทำหนังสือขอเลื่อนมาหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ยังไม่มี ดูท่าทีแล้วท่านน่าจะมา เพราะไม่เคยบอกว่าจะไม่มา มีแต่บอกว่าขอความเป็นธรรมตามที่ท่านได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยถ้าไม่มาวันที่ 27 ก.พ. ท่านจะต้องมีการแจ้งเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่แจ้งทางเฟซบุ๊ก

ถามว่า ถ้านายกฯไม่แจ้งมาเป็นหนังสือทาง ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า เราก็จะส่งข้อกล่าวหาไปทางไปรษณีย์ ให้ท่านแก้ข้อกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าไม่แก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่กำหนดถือว่าท่านไม่ติดใจแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นไปตามระบบ ถ้าตัวท่านไม่สามารถชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรได้

ถามว่า หลังจากวันที่ 27 ก.พ.จะใช้ระยะเวลาในการพิจารณานานหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ต้องดูพยานหลักฐานถ้าหากนายกฯขออ้างอิงเอกสาร เราก็ต้องตรวจพยานหลักฐาน เรื่องที่ให้ท่านมาแก้ข้อกล่าวหามี 2 ส่วนคือ ในส่วนของการถอดถอน และส่วนของคดีอาญา ในส่วนของคดีอาญาท่านยังมีเวลา เราต้องให้โอกาสในเรื่องของคดีอาญา

ส่วนเรื่องถอดถอนเป็นเรื่องรับผิดทางการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่ได้เอาใครเข้าคุก เป็นเรื่องที่เราไต่สวนแทนวุฒิสภา ท่านมีโอกาสไปชี้แจงต่อในวุฒิสภา ถ้าเราเห็นว่ามีการส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอย่าไปคิดว่าเราให้ท่านมาแก้ข้อกล่าวแล้วจะต้องยืนยันว่าจะผิดหรือไม่ผิดอะไร อย่างนั้นเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลางต้องขอดูเอกสารพยานหลักฐานที่ท่านแก้ข้อกล่าวหามาให้ครบถ้วน

ถามว่ามีข้อกังวลว่านายกฯไม่มาชี้แจงข้อกล่าวหาแล้วส่งหนังสือมาแล้ว ป.ป.ช.ชี้มูลไป นายกฯหลุดทั้งคณะรัฐมนตรีจะเกิดสุญญากาศหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ไม่หรอก ถ้าจะหลุดต่อเมื่อเราได้ส่งไปที่ ส.ว.แล้ว ส.ว.เห็นควรว่าถอดถอน ถึงจะหลุด ขึ้นอยู่กับ ส.ว.ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช. ถ้าเราเห็นว่าสมควรถอดถอนนายกฯเป็นเพียงแค่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลุดกับหยุดไม่เหมือนกัน

ส่วนคดีของนายอภิทธิ์นั้น คณะกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตการระบายข้าวในสมัยนางพรทิวา นาคาสัย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในคดีถอดถอน ซึ่งปรากฏว่ามีการร้องเรียนนายอภิสิทธิ์ในกรณีอาญาด้วย ทั้งนี้ ทาง ป.ป.ช.พบอุปสรรคว่าเป็นการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการฮั๊วประมูล ไม่ใช่การร้องเรียนเรื่องกรณีเรื่องนโยบายผิดพลาด จึงมีความซับซ้อนมากกว่าคดีอื่น จึงต้องมีเอกสารต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบเพื่อประกอบสำนวนอีกมากมาย ซึ่งหน่วยงานราชการต่างๆ อ้างว่าไม่มีเอกสารเนื่องจากถูกน้ำท่วม แม้กระทั่งกรมการค้าต่างประเทศก็ไม่ยอมมอบเอกสารให้ทาง ป.ป.ช. โดยอ้างว่ามีการขนย้ายในช่วงที่เกิดน้ำท่วม จึงไม่สามารถขนย้ายหรือหาเอกสารได้

ข้อมูลจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393326513&grpid=01&catid=&subcatid=

 

m135


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»