เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

สำรวจ “กฎหมาย” ค้างท่อ เผือกร้อนที่ถูกแช่แข็งหลังยุบสภา

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

“การยุบสภาผู้แทนราษฎร” นับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญทางการเมือง เพราะเวลาที่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองทุกครั้งนายกรัฐมนตรีมักใช้วิธีการนี้เพื่อแก้ไขปัญหาโดยโยนอำนาจการตัดสินให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง

ผลของการยุบสภาฯได้ทำให้ส.ส.ทั้ง 500 คนต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีแต่ไม่มีผลให้ส.ว.ต้องหลุดจากตำแหน่ง เพียงแต่ส.ว.จะมีอำนาจอย่างจำกัด คือ จะสามารถทำหน้าที่ได้แค่แต่งตั้งบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือ ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในมาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ

นอกเหนือไปจากการพ้นจากตำแหน่งของส.ส.แล้ว ผลของการยุบสภาฯยังทำให้ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาฯและวุฒิสภาถูกแช่แข็งไปด้วย แต่เป็นเพียงการ “แช่แข็งชั่วคราว” เท่านั้น

รัฐธรรมนูญมาตรา 153 ให้คำอธิบายถึงกรณีดังกล่าวเอาไว้ว่า “ในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือบรรดาร่างพระราชบัญญัติที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยหรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้เป็นอันตกไป

ในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณี จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบต่อไปได้ ถ้าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปร้องขอภายในหกสิบวันนับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป และรัฐสภามีมติเห็นชอบด้วย แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีมิได้ร้องขอภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป”

จากบทบัญญัติในมาตรา 153 หมายความว่า ถ้ากฎหมายใดที่ผ่านการพิจารณาของสภาฯและวุฒิสภาแล้วและอยู่ในระหว่างรอการโปรดเกล้าฯเพื่อให้มีผลบังคับใช้ แต่ต่อมาเกิดการยุบสภาฯ จะไม่มีผลให้กฎหมายต้องตกไป เว้นแต่เป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบลงมา

ขณะเดียวกัน สำหรับกรณีที่สภาฯและวุฒิสภากำลังพิจารณากฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งอยู่แต่ปรากฏว่าเกิดการยุบสภาฯ จะมีผลให้กฎหมายดังกล่าวต้องถูกระงับการพิจารณาในกระบวนการนิติบัญญัติทันที แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งได้ดำเนินการร้องขอมายังรัฐสภาภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกเพื่อให้รัฐสภามีมติเห็นชอบดำเนินการพิจารณากฎหมายที่ค้างการพิจารณาในสภาฯและวุฒิสภาต่อ ประกอบรัฐสภามีมติเห็นชอบตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอก็จะทำให้กฎหมายต่างๆเดินหน้าตามกระบวนการต่อไปได้

แต่หากรัฐสภาไม่เห็นชอบตามคณะรัฐมนตรีจะทำให้ร่างกฎหมายต่างๆต้องตกไป หรือ ถ้าเป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้ดำเนินการเสนอเรื่องมาให้รัฐสภาพิจารณาได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดก็จะทำให้กฎหมายที่ค้างอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติสิ้นสภาพไปเช่นกัน

สำหรับร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาฯ แบ่งเป็น

  • ร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเพื่อให้สภาฯลงมติเห็นชอบจำนวน 20 รายการ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติความลับทางการค้า ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ร่างพระราชบัญญัติประกันชีวิต เป็นต้น
  • เรื่องด่วนจำนวน 20 รายการ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

แห่งชาติ ร่างพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ขณะที่ ร่างกฎหมายที่เป็นข้อพิพาททางการเมืองในปัจจุบันยังคงอยู่ในสารบบของรัฐสภาด้วย โดยมีทั้งสิ้น 3 ฉบับ ดังนี้

1. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 แม้เมื่อปี 2555 ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องทำประชามติก่อน แต่ศาลไม่ได้วินิจฉัยให้ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นโมฆะ ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ในระบบของรัฐสภาต่อไป

2. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ 237 ว่าด้วยการไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคการเมืองได้โดยตรง ซึ่งปัจจุบันรอการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 2 และ 3

3. ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน วุฒิสภามีมติเมื่อปี 2556 ไม่รับไว้พิจารณา และส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับคืนมายังสภาฯ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในทางนิติศาสตร์ร่างกฎหมายที่เป็นระเบิดการเมืองทั้ง 3 ฉบับ  จะยังมีชีวิตอยู่ แต่สำหรับในทางการเมืองแล้วรัฐบาลใหม่ในอนาคตคงไม่ขอให้รัฐสภาเดินหน้าพิจารณากฎหมายเหล่านี้ต่อไปจนสุดทาง เพราะการทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

------------------------------------------------------------


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»