เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

เปิดใจ “วิรัตน์ กัลยาศิริ” มือร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ

 

ทีมข่าว Insight Thai Parliament

 

“การร้องไม่ใช่เรื่องสนุก
เพราะเราต้องมาหามุม และหากฎหมายมาประกอบให้รอบด้าน”

วิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์เปิดฉากพุดคุยกับ “มูลนิธิตาสว่าง” หลังจากที่ถูกถามถึงภาพจำต่อการเป็น “มือร้อง” หลังจากที่เขายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระต่างๆ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการเลือกตั้ง (ป.ป.ช.) หรือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ
“วิรัตน์” ยอมรับว่า ในรอบปีที่ผ่านมาเขายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งในฐานะทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ และยื่นในนามส่วนตัวจำนวนมาก โดยเฉพาะปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้”
ดังนั้นในฐานะที่เป็น ส.ส. ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำที่ส่อว่าละเมิดรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการกระทำนั้นๆเข้าข่ายล้มล้างรัฐธรรมนูญ หรือ ได้มาซึ่งอำนาจนอกรัฐธรรมนูญหรือไม่
“วิรัตน” ยกตัวอย่าง คำร้องที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามมาตรา 68 เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว. ที่เขามองว่านอกจากจะเป็นล้มที่ส.ว.สรรหาแล้ว ยังเป็นแผนการวางไว้เพื่อล้มองค์กรอิสระด้วย
“ถ้าเขาได้เสียงของส.ว.มากกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนส.ว.ทั้งหมด เขาจะสามารถถอดถอนป.ป.ช. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประธานศาลปกครอง และองค์กรอิสระอื่นๆได้ ถือเป็นการล้มล้าโครงสร้างสำคัญของรัฐธรรมนูญ 2550 และทำให้โครงสร้างการเมืองถูกบิดเบือนไป”
เมื่อถามถึงคำร้องที่เขาภูมิใจที่สุด “วิรัตน์” บอกว่า กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งฉบับ

ส่วนคำร้องที่เสียดายที่สุด เขาตอบอย่างไม่ลังเล ว่า ไม่มี
“พอใจทุกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับการตรวจสอบถ่วงดุล เราอยู่ได้สงบสุข ถ้าเคารพคำวินิจฉัยของศาล ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไรมาคือจบ บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปได้”
โดยคำร้องทั้งหมด “วิรัตน์” เปิดเผยว่า เขามีทีมนักกฎหมายที่จบจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ คอยทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล และช่วยร่างคำร้องต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักกฎหมายมหาชน
กับข้อกล่าวหาที่ฝ่ายการเมืองระบุว่าองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือที่ใช้ทำลายล้างรัฐบาล ?
“คนกลุ่มนั้นไม่ต้องการการตรวจสอบ เขาทำอะไรก็ได้ มีกฎหมาย ก็ฉีกกฏหมายทิ้ง หรือ ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเสีย ขวางหู ขวางตาสิ่งไหนก็รื้อสิ่งนั้น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะเขาต้องการก๊าซในทะเล เลยอยากแก้ให้เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารไป”
“วันนี้เราเห็นว่ามีการไปปิดป.ป.ช. ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุล นายกรัฐมนตรีเองยืนยันว่าไม่ผิด กรณีจำนำข้าว ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่ไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา หมายความว่าอย่างไร แล้วยังให้ลูกเด็กบริวาร ไปชุมนุมหน้าป.ป.ช. อีก”
“วิรัตน์” ยังทิ้งท้ายด้วยว่า การยื่นคำร้องของเขาไม่ได้ทำเพราะอยากจะทำ หรือ ทำเพื่อหวังปริมาณ แต่ที่ต้องทำเพราะมีการกระทำผิดเกิดขึ้น ซึ่งหากไม่มีการกระทำผิดไม่ว่ากี่สิบปีเขาก็ไม่สามารถยื่นคำร้องได้ แต่หากมีการกระผิดเกิดขึ้นจะให้เขายื่นคำร้องทุกวันย่อมได้

 

สถิติการพิจารณาคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญปี 2556
รอบปี 2556 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคำร้องทั้งสิ้น 113 คำร้อง โดยเป็นการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง วันที่ 18 ธ.ค. โดยมีคำร้องค้างพิจารณายกมาจากปี 2555 จำนวน 14 คำร้อง
คำร้องที่รับไว้พิจารณาในปี 2556 มีจำนวน 99 คำร้อง
คำร้องค้างพิจารณาที่จะยกไปดำเนินการในปี 2557 มี 39 คำร้อง

m135


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»