เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

ผ่าขุมกำลัง“สรรหา-เลือกตั้ง” ใครเป็นใครในสภาสูง

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

ยังไม่ทันที่ ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่ จะเข้าทำหน้าที่ในวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่า ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความขัดแย้งภายในสภาสูงกันเป็นอย่างมาก หลังจากเป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ว.เลือกตั้งป้ายแดงที่กำลังเข้ารับตำแหน่งในเร็วๆนี้ ล้วนมีพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่ด้วยกันแทบทั้งสิ้น เรียกได้ว่า มีภาพของความเป็น ส.ว.ร่างทรงพรรคการเมือง มากกว่า ส.ว.เลือกตั้ง ที่เพิ่งหมดวาระไป

โดยเวลานี้ทั้งกลุ่ม ส.ว.สรรหาที่เป็นขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ ส.ว.เลือกตั้งในปีกของรัฐบาล ต่างเริ่มมีการประชุมร่วมกันแบบลับๆเพื่อเช็คเสียงและกำลังกันว่าตัวเองมีเสียงในมือกันเท่าไหร่

สาเหตุที่ต้องเกิดการนับหัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะภายในเดือนเมษายนต่อไปถึงเดือนพฤษภาคม วุฒิสภามีเรื่องสำคัญต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการลงมติถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตรองประธานรัฐสภา และ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. และอาจต่อด้วยการลงมติถอดถอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จากกรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

ประธานรัฐสภา


ทว่าเรื่องการถอดถอนบุคคลทั้งสามคนดังกล่าวนั้นยังไม่สำคัญและต้องต่อสู้กันมากเท่ากับการเลือก“ประธานวุฒิสภาคนใหม่”

ในเรื่องนี้กลุ่มส.ว.สรรหาตั้งความหวังกับทวงคืนตำแหน่งประมุขวุฒิสภาเอาไว้ค่อนข้างมาก หลังจากการเลือกประธานวุฒิสภาครั้งล่าสุดต้องพ่ายแพ้ให้กับ “นิคม” ซึ่งเป็น ส.ว.สายเลือกตั้ง

ขณะที่ ส.ว.สายเลือกตั้ง ก็ตั้งเป้าว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้ ส.ว.เลือกตั้งได้ตำแหน่งนี้ เนื่องจากหากส.ว.สรรหาได้เก้าอี้ตัวนี้ไป ย่อมหมายความว่า โอกาสที่จะเกิดการตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญมีความเป็นไปได้มากขึ้นหากวันใดวันหนึ่งเกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองขึ้นมา

เทียบขุมกำลังระหว่าง “ส.ว.สรรหา” และ “ส.ว.เลือกตั้ง” ต้องยอมรับว่า มีความสูสีแบบไม่มีใครเป็นรองใคร โดย ส.ว. สรรหามีความได้เปรียบตรงที่อยู่ด้วยกันมานานประมาณ 3-6 ปี ทำให้มีความเป็นเอกภาพมากกว่า ส่วน ส.ว.เลือกตั้ง อาจจะเป็นรองเรื่องความเป็นเอกภาพ เนื่องจากต่างคนต่างที่มา แต่มีความได้เปรียบตรงที่มีพรรคการเมืองหนุนหลังที่พร้อมจะเป็นมือประสานให้ส.ว.เลือกตั้งสามารถทำงานใหญ่ได้

โครงสร้างทางการเมืองของกลุ่มส.ว.สรรหาในปัจจุบัน นำโดย กลุ่ม 40 ส.ว. มีเสียงยืนพื้นขั้นต่ำประมาณ 60-70 เสียง ซึ่งในส่วนนี้รวมถึง ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่บางคนที่มีทัศนคติทางการเมืองตรงข้ามกับรัฐบาลด้วย

ในส่วนของ ส.ว.สรรหา อาทิ “สมชาย แสวงการ” “ไพบูลย์ นิติตะวัน” “คำนูณ สิทธิสมาน” “พิเชต สุทรพิพิธ” “พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์” “ประสาร มฤคพิทักษ์” “ตวง อันทะไชย” “นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์” “ตรึงใจ บูรณสมภพ” “เดชอุดม ไกรฤทธิ์” “พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ” “มณเฑียร บุญตัน” “ทัศนา บุญทอง”

ประสาร

ด้าน ส.ว.เลือกตั้ง ที่เตรียมเข้ามาอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. เช่น “คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา” ว่าที่ ส.ว.กทม. “นิพัทธา อมรรัตนเมธ” ว่าที่ ส.ว.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอดีตส.ว.เมื่อปี 2543-2549 โดยตลอดเวลาการดำรงตำแหน่งได้ร่วมเป็นกรรมาธิการที่ตรวจสอบการทุจริตในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

“สุรชัย ปิตุเตชะ” ว่าที่ ส.ว.ระยอง ญาติของ “สาธิต ปิตุเตชะ”อดีตส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์“พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์” ว่าที่ ส.ว.ชุมพร มีความสนิทสนมกับ “ชุมพล จุลใส”แกนนำกปปส.“อภิชาต ดำดี” ว่าที่ ส.ว.กระบี่ ซึ่งเคยขึ้นปราศรัยของกปปส.โจมตีรัฐบาล “ทวี ภูมิสิงหราช” ว่าที่ ส.ว.พัทลุง แกนนำกปปส.พัทลุง “สมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ” ว่าที่ ส.ว.ตรัง พี่ชาย “สมชาย โล่สถาพรพิพิธ” อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

สำหรับกลุ่ม ส.ว.เลือกตั้งในขั้วรัฐบาลน่าจะมีสมาชิกประมาณ 70 คนเช่นกัน ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงส.ว.สรรบางคนด้วย นำโดยกลุ่มอดีตนักการเมืองใหญ่ เช่น “ศรีเมือง เจริญศิริ” ว่าที่ ส.ว.มหาสารคาม อดีตรมว.ศึกษาธิการในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ “จองชัย เที่ยงธรรม” ว่าที่ ส.ว.สุพรรณบุรี อดีตแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา “ตรี ด่านไพบูลย์” อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยได้รับเลือกเป็น ว่าที่ ส.ว.ลำพูน โดยว่าที่ ส.ว. คนเหนือรายนี้เป็นพี่ชาย “นิรันดร์ ด่านไพบูลย์” นายกอบจ.ลำพูน ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย

สสววว

ตามมาด้วย “อาภรณ์ สาราคำ” ว่าที่ส.ว.อุดรธานี ภรรยา “ขวัญชัย ไพรพนา” แกนนำชมรมคนรักอุดร“เสริมศักดิ์ ทองศรี”ว่าที่ ส.ว.บุรีรัมย์ พี่ชาย“ทรงศักดิ์ ทองศรี” อดีต รมช.คมนาคม และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเวลานี้พรรคภูมิใจไทยได้กลายเป็นสาขาหนึ่งของพรรคเพื่อไทยแล้วโดยมี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคเป็นโซ่ข้อกลางที่เชื่อมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ  “นุรุทธิ์ เจริญพันธ์” ว่าที่ ส.ว.สุรินทร์ อดีตสามีของ“กรรณิการ์ เจริญพันธ์”ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย

“ดวงพร เทียนทอง” ว่าที่ ส.ว.สระแก้ว หลานสาว “เสนาะ เทียนทอง” แกนนำพรรคเพื่อไทย “วัน สุวรรณพงษ์”ว่าที่ ส.ว.ขอนแก่น ทนายความของกลุ่มคนเสื้อแดง “อดิศร กำเนิดศิริ”ว่าที่ ส.ว.เชียงใหม่ มีความสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” แกนนำพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่สมัยเป็นรองผู้ว่าฯเชียงใหม่“เสถียร เชื้อประเสริฐศักดิ์” ว่าที่ ส.ว.พะเยา อดีตเคยเป็นคณะทำงานของ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น

สววว


ส่วน ส.ว.สรรหา ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็น ส.ว.ที่เคยร่วมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2556 เช่น “ประสงค์ ตันมณีวัฒนา” “พล.ต.ท.สมยศ ดีมาก”“พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์” “พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์”  “วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์”

ดังนั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีขุมกำลังพอๆกัน ส่งผลให้กลุ่มส.ว.สรรหาและเลือกตั้งที่เป็นกลุ่มไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษราว 10-15 คน จึงเป็นตัวแปรสำคัญของมหาสงครามในวุฒิสภาครั้งนี้

m135


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»