เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

18 เมษาฯ ชี้ชะตา “ยิ่งลักษณ์”

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

กว่า 4 เดือนแล้ว ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อยู่ในสถานะรักษาการ นับตั้งแต่ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 ธันวาคม 2557 ภายหลังจากที่ทนกระแสคัดค้านการผลักดันพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการปรากฎชัดของความล้มเหลวในโครงการรับจำนำข้าว ต่อไปไม่ไหว

m135

ความเสื่อมถอยของรัฐบาล มีมาพร้อมกับการเกิดขึ้นของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.

ตลอดการชุมนุม แกนนำสำคัญอย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการกปปส. ประกาศชัดว่า การต่อสู้จะจบลงต่อเมื่อได้รับชัยชนะเท่านั้น   ชัยชนะในความหมายของ “สุเทพ” คือการโค่นล้มระบอบทักษิณ ให้พ้นจากการเมืองไทย พร้อมกับการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

ทุกครั้งในการระดมพลครั้งใหญ่ของกปปส ."สุเทพ" มักจะพูดถึงการรบครั้งสุดท้าย แต่ทว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่ไม่มีอยู่จริง!?! ด้วยเพราะไม่มีการชุมนุมครั้งใดที่ถึงจุดแตกหัก การชุมนุมจึงเป็นไปอย่างยืดเยื้อ จนดูเหมือนว่าลำพังการต่อสู้ของกปปส.ไม่อาจนำไปสู่ "ชัยชนะ" ตามที่วาดหวังเอาไว้ได้ คอการเมืองจึงหันไปจับจ้องที่ปฏิกริยาขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญแทน

ที่ในวันนี้ดาบในมือของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมที่จะฟาดฟันนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้

นับตั้งแต่คดีที่อยู่ในการพิจารณาของป.ป.ช.ในส่วนของโครงการจำนำข้าว และ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะคดีถอดถอนที่ป.ป.ช.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)

เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงมีเหตุอันควรสงสัยตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมว่าการดำเนินการโครงการรับจำข้าวของรัฐบาล

ด้วยเหตุที่ "ยิ่งลักษณ์" ในฐานะประธานกขช.ได้ทราบถึงการท้วงติงและความเสียหายจากการดำเนินโครงการดังกล่าว แต่กลับละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งอันอาจเป็นมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

หากป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการทันที!

โดยระยะเวลาที่ป.ป.ช.ลงมติงวดเข้ามาทุกขณะ แม้ว่าทีมทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจะพยายามดึงเกมด้วยการทำหนังสือขอเพิ่มพยานบุคคลให้ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนถึง 3 ครั้ง รวมกันกว่า 17 ปาก แต่ป.ป.ช. มีมติอนุญาตให้ไต่สวนเพิ่มเติมเพียง 4 ปากเท่านั้น

m135

ประกอบด้วย กิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

โดยพยานปากสุดท้ายป.ป.ช.คือ “กิตติรัตน์”  ที่จะเข้าให้ถ้อยคำต่อป.ป.ช.ในวันที่ 18 เมษายนนี้

นั่นหมายความว่าหากป.ป.ช.ไม่อนุญาตให้สอบพยานเพิ่มเติมตามคำขอของนายกรัฐมนตรีอีก กระบวนการไต่สวนพยานบุคคลในคดีจำนำข้าวจะสิ้นสุดลงในวันนั้น

นอกจากนั้น 18 เมษายน ยังเป็นวันสุดท้ายที่  "ยิ่งลักษณ์ " จะสามารถยื่นคำคัดค้านแก้คดี กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดรัฐธรรมนูญในกรณีการโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้ “พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์” ขึ้นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยข้อเท็จจริงและเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นการใช้ดุลยพินิจไม่ชอบ

กรณีดังกล่าว เป็นกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้ว ดังนั้นหลังจากวันที่ 18 เมษายนนี้ตามกรอบระยะเวลาที่ศาลเปิดให้ยื่นคำคัดค้านสิ้นสุดลง

แนวทางต่อไป คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งไต่สวนพยาน หรือ งดไต่สวนพยานก็ได้ โดยยึดพยานหลักฐานตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งตุลาการสามารถที่จะประชุมปรึกษาคดี ร่างคำวินิจฉัยส่วนตน และนัดแถลงคดีด้วยวาจาก่อนลงมติวินิจฉัยได้

หากมติของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “ยิ่งลักษณ์” กระทำความผิดตามคำร้อง ความเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะสิ้นสุดลงทันที

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (7) และมีผลทำให้ ครม.ทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งไปหมดทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 (1) โดยไม่อาจจะรักษาการอีกต่อไปได้ เพราะรัฐบาลที่ทำหน้าที่รักษาการไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่นั้น จะเป็นกรณีเฉพาะเมื่ออายุสภาสิ้นสุดลง หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ประกอบมาตรา 180 (2) แต่การที่ ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เพราะนายกรัฐมนตรีกระทำความผิดตาม มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 ทำให้ ครม.ทั้งคณะสิ้นสุดลงทันที โดยไม่อาจทำหน้าที่รักษาการอีกต่อไปได้

เนื่องด้วยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยไว้ชัดเจนแล้วว่า นายกรัฐมนตรีกระทำความผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ที่ไปย้ายโดยไม่มีเหตุผล อันเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 อันมีผลทำให้นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามมาตรา 182 (7) อันทำให้ ครม.ทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ตามมาตรา 180 (1) และจะเป็นรัฐบาลรักษาการอีกไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181

ดังนั้นอย่าได้กระพริบตาหลังจากเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไป

m135


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»