เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

ไทยเร่ง “รุก”แจงนานาชาติ หลัง คสช.เดินเครื่องครบ 1 เดือน

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

ประเด็นร้อนว่า ด้วยสหภาพยุโรป  (อียู)  ระงับความร่วมมือกับไทย เรียกร้องคืนประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง และกรณีรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ ประจำปี พ.ศ.2557 ที่จัดทำโดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและแรงงาน ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้มีการปรับลดระดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทย จากระดับ 2.5 ที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 4 ปี ไปอยู่เทียร์ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุด พร้อมกับมาเลเซีย แกมเบีย และเวเนซุเอลา เป็นประเด็นที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆกันกับช่วงที่ไทยกำลังผ่าตัดใหญ่ด้านประชาธิปไตยของประเทศ

m267

ประเมินความเห็นจากหลายฝ่ายยังหลากหลาย  อาทิ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ออกมายอมรับ เป็นห่วงผลกระทบการคว่ำบาตรของอียูต่อไทยไม่น้อยไปกว่าปัญหาที่สหรัฐฯ ได้จัดให้ไทยอยู่ในบัญชีต่ำสุด หรือเพียง 3 ด้านการค้ามนุษย์ ซึ่งจะมีผลมาถึงการทำธุรกรรมของภาคเอกชน ระหว่างไทยและอียูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจะทำให้การลงนามข้อตกลงความร่วมมือต่างๆ ต่อจากนี้ต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย และไม่มีกำหนด

หรือจากนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่มองว่ามติของรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปกดดันประเทศไทยให้คืนประชาธิปไตย ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยมากนัก เพราะการเจรจาที่มีอยู่ล่าช้าอยู่แล้วขณะเดียวกันเรื่องสิทธิพิเศษทางภาษีไทยกับอียูก็มีไม่มากนัก

และ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ได้ออกมาเปิดเผยว่า เป้าส่งออกปีนี้ขยายตัวลดลงเหลือประมาณ 3% จากเดิมตั้งเป้าโตประมาณ 4.5% เหตุครึ่งปีแรกส่งออกโตต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย รวมถึงการถูกจัดอันดับค้ามนุษย์ในระดับเทียร์ 3 ส่งผลต่อการส่งออกปีนี้ด้วย

สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากประชาชนมีรายได้น้อยแต่ก่อหนี้เกินตัวค่อนข้างมาก ขาดทักษะด้านการเงิน ไม่มีวินัยในการออม ซึ่งอาจส่งผลให้การบริโภคในประเทศไม่เข้มแข็ง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน และแก้ปัญหาการเงินฐานราก จะต้องเร่งพัฒนา 4 ด้าน คือ

1.ด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน มีเงินหมุนเวียนในการใช้จ่าย 2.ด้านสถาบันการเงินต้องมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และต้องพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทางการเงินได้สะดวกขึ้น 3.ด้านวินัยในการออม ประชาชนต้องรู้จักวางแผนทางการเงินในอนาคต รวมทั้งจัดทำแผนรายรับรายจ่าย จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันยังขาดทักษะทางการเงิน เช่น การคำนวณอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวน 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ มีวิธีแก้หนี้โดยกู้ยืมนอกระบบ ทำให้ไม่มีการเก็บออมไว้ในยามฉุกเฉิน และ 4.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้กำกับดูแลสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้บริการทางการเงิน

ณ เวลานี้ อาจจะยังมองไม่เห็นภาพผลกระทบมากนัก เพราะ ภาคธุรกิจไทยยังมองอย่างหลากหลาย

สำหรับกรณีสหภาพยุโรประงับความร่วมมือกับไทย นั้นถือเป็นการประกาศระงับการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่จากทั้งอียูและไทย รวมทั้งยกเลิกการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือกับประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฟื้นฟูกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ชอบธรรมในประเทศไทยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกอียูทั้ง 28 ชาติในลักเซมเบิร์ก แถลงการณ์ของอียูระบุว่า อียูได้ติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากอียูและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน

โดย ครั้งนี้ อียูเรียกร้องให้คสช.ฟื้นฟู “กระบวนการทางประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญที่ชอบด้วยกฎหมาย ผ่านทางการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและครอบคลุม" ให้กับประเทศไทยโดยเร็วแถลงการณ์ระบุว่า “อียูจะสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ก็ต่อเมื่อมีโรดแม็พที่น่าเชื่อถือและรวดเร็วในการคืนอำนาจตามรัฐธรรมนูญและจัดการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและครอบคลุมเท่านั้น"นอกจากนี้ อียูยังเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ในอีกด้านหนึ่งคือต้องจับตาสหรัฐฯที่แม้ว่าจะยังไม่มีมาตรการคว่ำบาตรกลุ่มประเทศที่ถูกจัดอันดับต่ำสุดด้านค้ามนุษย์ แต่จากรณี 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฎเป็นรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ ประจำปี พ.ศ.2557 ที่จัดทำโดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและแรงงาน ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้มีการปรับลดระดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทย จากระดับ 2.5 ที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 4 ปี ไปอยู่เทียร์ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุด พร้อมกับมาเลเซีย แกมเบีย และเวเนซุเอลา

ด้านทางการมาเลเซีย ได้แถลงตอบโต้รายงานการค้ามนุษย์ประจำปีของรัฐบาลสหรัฐ โดยระบุว่า ข้อมูลที่สหรัฐใช้ในการทำรายงาน มีความบกพร่องและไม่ถูกต้อง ซึ่งได้มาจากองค์กรที่ไม่น่าเชื่อถือ และยืนยันว่า มาเลเซียได้ใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ในการปรับปรุงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการลักลอบนำแรงงานอพยพเข้าเมือง และด้วยเหตุนี้ กระทรวงต่างประเทศควรพิจารณาประเมินมาเลเซียใหม่

มาเลเซียถูกปรับลดให้ลงไปอยู่ในระดับเทียร์ 3 เท่ากับไทย เวเนซุเอล่าและแกมเบีย โดยในรายงานของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า มาเลเซียไม่สนใจเสียงเตือนให้ร่างแผนการเพื่อให้สอดคล้องกับ "มาตรฐานขั้นต่ำเพื่อขจัดของการค้ามนุษย์"

ด้านนายลูอิส ซีเดบากา เอกอัครราชทูตประจำสำนักงานเฝ้าระวังและต่อต้านภัยการค้ามนุษย์ ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ของประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงต่อสื่อมวลชนว่า สหรัฐยังไม่มีมาตรการคว่ำบาตรกลุ่มประเทศที่ถูกจัดอันดับต่ำสุด จากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในครั้งนี้ ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

นายซีเดบากา กล่าวว่า การคว่ำบาตรจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่ส่วนใหญ่สหรัฐ จะรอดูความเคลื่อนไหวของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ว่า จะดำเนินการอย่างไร และสหรัฐสามารถจะให้การช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด ก่อนพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยด้วยว่า ธุรกิจผลิตน้ำตาล อาหารทะเล สิ่งทอ สื่อลามก และการใช้แรงงานเด็ก เป็นการทำผิดกฎหมายมากที่สุด

ล่าสุดนอกจากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่น่ากังวลนี้แล้ว ไทยยังต้องเตรียมรับมือ กับกรณีที่ ในช่วงปลายปีนี้จะมีรายงานฉบับใหม่จากกระทรวงแรงงานของอเมริกา คือ "รายงานสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย" (Findings on the Worst Forms of Child Labor)  โดยสิ่งที่ต้องจับตามอง คือปีที่แล้วรายงานฉบับนี้ระบุว่า ประเทศไทยบังคับใช้แรงงานเด็กรูปแบบที่เลวร้าย ในขั้นตอนการผลิตสินค้า 5 รายการ ได้แก่ 1.กุ้ง 2.ปลา 3.อ้อยหรืออุตสาหกรรมผลิตน้ำตาล 4.สิ่งทอ และ 5.สื่อลามก

burmese-worker

ซึ่งเท่าที่พิจารณาจากสถิติที่คดีค้ามนุษย์ปี 2556 นั้น พบว่า ในจำนวนคดีที่เริ่มสอบสวน 674 คดีนั้น ร้อยละ 77 เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศหรือมีมากถึง 520 คดี โดยมีคดีเกี่ยวข้องกับแรงงานเพียง 80 คดี และคดีขอทาน 74 คดี

สำหรับ"สถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย" ประจำปี 2555 (Findings on the Worst Forms of Child Labor 2012) ประกาศเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556 สรุปการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กใน 144 ประเทศ แบ่งเป็น 4 ระดับ

                1.  ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

                2. ก้าวหน้าปานกลาง

                3. ก้าวหน้าน้อย

                4. ไม่มีความก้าวหน้า

ประเทศไทยจัดเป็นถูกประเมินว่า "ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก" มีความพยายามขจัดการใช้แรงงานเด็ก และมีคดีจับกุมเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศมากขึ้น รวมถึงการขยายสวัสดิการรักษาพยาบาลครอบคลุมแรงงานอพยพหญิงและเด็ก

ทั้งหมดนี้ ยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นภาพชัดเจน และยังต้องมอนิเตอร์ประเมินเป็นรายวันกันต่อไป นับจากวันที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

m263m197


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»