เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ บทความ

 

 

 

 

 

 

เปิดผลสอบ “หวยแพง” “กองสลาก” เอื้อประโยชน์ “พ่อค้าหวย”

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

“มีพ่อค้าคนกลางนำไปจำหน่ายต่อหรือรวมชุดสลาก แล้วจำหน่ายเกินราคาที่กำหนดก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อย กลายเป็นวิธีการที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งต้องการใช้อำนาจมาแสวงหาผลประโยชน์จากโควต้าดังกล่าว โดยคาดว่าในแต่ละเดือนจะได้ผลประโยชน์มหาศาล”

ไม่ง่ายซะแล้ว สำหรับมาตรการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะคืนความสุขให้บรรดาคอหวย สั่งให้จำหน่ายสลากตามราคาที่กำหนดคือ ไม่เกินใบละ 40 บาทหรือคู่ละ 80 บาท

ทันทีที่มีคำสั่งทุบโต๊ะเปรี้ยงจาก คสช. ห้ามขายเกินราคาหน้าสลาก สิ่งที่ตามมาคือ ความสับสนวุ่นวายไปทั้งระบบ ไล่ตั้งแต่ กองสลาก ยี่ปั้วะ ซาปั้วะ พ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ คนพิการ คนด้อยโอกาสที่ขายหวยอยู่ตามท้องถนน

ที่เป็นเช่นนี้เพราะมุมมองแบบ “โลกสวย” ของทหาร กับความจริงของชีวิตมันสวนทางกัน

แน่นอนว่าการควบคุมราคาสลากให้เป็นไปตามราคาที่กำหนด เป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภค คืนเงินในกระเป๋าให้คนไทยได้หลายสตางค์

แต่การทุบเปรี้ยงให้ต้องทำทันที แต่มันจะทำได้จริงหรือไม่ และทำไปแล้วจะกระทบต่อใครบ้างโดยเฉพาะผู้ค้าขายปลีกที่อยู่ปลายทาง ซึ่งจำนวนมากเป็นคนด้อยโอกาสทางสังคม คนพิการ ดีไม่ดีคนเหล่านี้จะถูกบีบหน้าเขียวจากนโยบายที่ไม่รอบคอบ และกลายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด

วุฒิสภาเคยตั้งคณะกรรมาธิการที่ศึกษาปัญหาการขายหวยขึ้นมาโดยเฉพาะ ชื่อชุดว่า “คณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางปฎิรูประบบการบริหารจัดการสลากในประเทศไทย วุฒิสภา” มีนายมณเฑียร บุญตัน เป็นประธาน

กมธ. ชุดนี้ ศึกษาแล้วมีข้อเสนอที่น่าสนใจไม่ใช่เฉพาะการควบคุมราคาสลาก แต่มีข้อเสนอการปฎิรูปการขายสลากทั้งระบบ

รายงานของ กมธ. ระบุว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาการจำหน่วยสลากเกินราคา คือ นโยบายของรัฐบาลที่ใช้ระบบจำหน่ายสลากด้วยการจัดสรรโควต้าสลากแบบผูกขาด และการขายขาด (คือไม่รับซื้อคืนสลากจากผู้จำหน่ายสลากรายย่อยจำหน่ายไม่หมด) ซึ่งลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการของสำนักงานสลากฯที่สะดวกและประหยัดต้นทุน แต่ผลักความเสี่ยงให้แก่กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อย ระบบโควต้าสลากที่ไม่โปร่งใสทำให้เกิดระบบหัวคิว กล่าวคือ มีพ่อค้าคนกลางนำไปจำหน่ายต่อหรือรวมชุดสลาก แล้วจำหน่ายเกินราคาที่กำหนดก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อย กลายเป็นวิธีการที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งต้องการใช้อำนาจมาแสวงหาผลประโยชน์จากโควต้าดังกล่าว โดยคาดว่าในแต่ละเดือนจะได้ผลประโยขน์มหาศาล

“การจำหน่ายสลากเกินราคาเป็นปัญหาใหญ่และเรื้อรังที่สังคมตระหนักทราบมานาน การที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ สะท้อนให้เห็นว่า วิธีการแก้ปัญหาในอดีตล้มเหลว ในเชิงปรัชญาถือว่า เป็นการกระทำที่สอนให้คนทำผิดกฎหมายและเพิกเฉยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น” รายงาน ระบุ

นอกจากรายงานยังชี้ด้วยว่า ที่ผ่านมาการบริหารจัดการสลากไม่มีความโปร่งใส ไม่สอดคล้องกับแนวปฎิบัติของนานาประเทศ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน  การจัดสรรโควต้าไม่โปร่งใส ขาดความเอาใจใส่ต่อผู้จำหน่ายสลากรายย่อย ไม่มีแนวทางในการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่มีมาตรการป้องกันผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากปัญหาการพนันสลาก รวมถึงเคยมีเหตุการณ์ “ล็อกเลข” ในการออกรางวัลงวดวันที่ 1 ก.ย. 2530 และ 1 มิ.ย. 2544 ที่เชื่อว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานฯ บางคนอาจมีส่วนรู้เห็น

รายงาน กมธ. เสนอให้ “เปลี่ยนระบบจัดสรรโควต้าสลาก” โดยควรจะจัดสรรโควต้าให้กับผู้จำหน่ายเพียง 2 กลุ่มเท่านั้น ได้แก่ 1. องค์กรการกุศลที่มีสมาชิกที่จำหน่ายสลากไปสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง 2. ผู้ค้าสลากรายย่อย โดยให้มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนผู้จำหน่ายสลากอย่างเป็นระบบกับสำนักงาน เพื่อนำไปสู่การจัดสรรโควต้าสลากให้ถึงมือผู้จำหน่ายสลากตัวจริง และควรกำหนดโควต้าให้เพียงพอ่อการได้รับผลตอบแทนในระดับพอยังชีพได้จริง โดยเปรียบเทียบจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งในเบื้องต้นประมาณการณ์ว่าน่าจะกำหนดโควต้าจัดสรรสลากให้กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยไม่น้อยกว่ารายละ 14-20 เล่มเล็ก (7- เล่มใหญ่) และสามารถขายสลากคืนให้กับสำนักงานสลากในราคาที่รับซื้อไม่เกินร้อยละ 12 ของโควต้าสลากขั้นต่ำหรือไม่เกิน 240 ใบเล็ก(120ใบใหญ่)

ขณะที่ข้อเสนอระยะยาว กมธ. เห็นว่า ควรจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากเพื่อสังคม ควรกำหนดการจัดสรรไปยังกองทุนด้านสังคมที่มีกฎหมายจัดตั้ง คือ ร้อยละ 35 ของรายได้ที่จัดสรรเพื่อสังคม ให้จัดสรรไปยังกองทุนที่จัดตั้งตามกฎหมายและวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสังคม ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แก่ กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกองทุนส่งเสริมจัดสวัสดิการสังคม และกองทุนอื่นๆที่จะจัดตั้งในอนาคตสำหรับกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบาง

m197


 

10 เรื่องที่มีผู้อ่านมากที่สุด

อ่านประเด็นร้อนทั้งหมด»